หลังจบเกมศึกแดงเดือดที่ “หงส์แดง” บุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไไนเต็ด 3-2 แสดงให้เห็นคุณภาพที่ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด นักเตะหลายคนไม่ได้เข้าใจว่า ศึกแดงเดือดนั้นมีความหมายแค่ไหน ซึ่งอาจรวมถึง อาร์เนอ ชล็อต กุนซือของทีมด้วยซ้ำไป
แน่นอนว่าปัญหายังมีเยอะขนาดนี้ ถ้าตัวหลักอย่าง โม ซาลาห์ และแอนดี โรเบิร์ตสัน ออกไปจอาจจะหนักกว่านี้ด้วย ถามว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นเพราะ โม ซาลาห์ และ โรเบิร์ตสัน คือคนที่คอยกระตุ้นเพื่อร่วมทีมอยู่เสมออาจจะไม่ใช่จากการพูดคุยแต่เป็นเพราะจากการกระทำต่างหาก

ซาลาห์ เล่าในคลิปอำลาของ “สกาย สปอร์ต” ซึ่งตัวเขาภูมิใจที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลง “วัฒนธรรม” ของสโมสรแห่งนี้ จากการที่ตัวเขาที่เพิ่งย้ายมาในตอนนั้นฝึกซ้อมพิเศษ ในขณะเดียวกันช่วงเวลานั้นมีแค่ไม่กี่คนที่พยายามผลักดันตัวเอง ด้วยการทำงานหนัก เจมส์ มิลเนอร์, ซาดิโอ มาเนและ อดัม ลัลลานา
ซาลาห์ แสดงให้เพื่อนๆ ในทีมได้เห็นในสนามซ้อมว่า การทำงานหนักอย่างมีวินัย ส่งผลยอดเยี่ยมอย่างไรบ้างในสนามแข่ง ฟอร์มที่เปรี้ยงปร้างตั้งแต่ฤดูกาลแรก ความเร็ว ความแข็งแกร่ง การจบสกอร์ที่เฉียบคม ล้วนมาจากสนามซ้อมทั้งสิ้น ซาลาห์ ยังบอกอีกว่า การที่เขาเดินเข้ายิมบ่อยๆ ทำให้เพื่อนๆ อีก 5-6 คนมีแรงบันดาลใจและเริ่มทำตามกันไป จนกลายเป็นเรื่องปกติ นั่นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทีมชุดแชมป์ ยูฟ่า และแชมป์พรีเมียร์ ลีก ของ คลอปป์ ถึงแข็งแกร่ง เพราะทัศนคติที่ปลูกฝังจากนักเตะด้วยกันเองว่า ต้องทำงานหนัก แม้อยู่นอกเวลาซ้อมก็ตาม

สิ่งที่ ซาลาห์ กังวลที่สุด คือการไม่มีใครก้าวขึ้นมาเป็นแบบอย่างเหมือนที่เขาทำตลอดมา เขาได้บอกทีมงานและผู้บริหารเอาไว้ว่า “ตอนที่ผมไม่อยู่แล้ว พวกคุณต้องหาใครสักคนมาเป็นแบบอย่างให้ทีมนะ ต้องมีคนที่มาถึงแต่เช้าเพื่อเข้ายิม เพื่อให้คนอื่นมองเห็นและบอกตัวเองว่า ฉันต้องมีวินัยแบบนั้นให้ได้” มันเป็นเพราะความรักที่ ซาลาห์มีให้สโมสรแห่งนี้ เขาไม่อยากเห็นทีมที่เขารักร่วงลงจากจุดสูงสุด
ก่อน ซาลาห์ จะปิดท้ายด้วยการย้ำเรื่องวัฒนธรรมการทำงานหนักไว้กับทีมแบบนี้ “ผมไม่อยากให้มาตรฐานแห่งความมุ่งมั่นนี้เลือนหายไปพร้อมกับการจากไปของผม ผมแค่อยากให้มันฝังรากลึกอยู่ในสโมสรต่อไป เพราะนี่คือหัวใจสำคัญที่จะพาทีมเดินหน้ากวาดความสำเร็จในอนาคตต่อไป”

อดัม.



