สามในสี่ชาติของสหราชอาณาจักร จะถูกปกครองโดยพรรคการเมืองที่สนับสนุนเอกราชเป็นครั้งแรก หลังการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนนี้ ซึ่งกลุ่มชาตินิยมระบุว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงจุดจบของสหภาพที่ยาวนานหลายร้อยปี


แม้การแยกตัวของอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และผลสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับแรงจูงใจจากปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากเอกราช แต่ผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มที่จะทำให้การปกครองสหราชอาณาจักรเป็นไปได้ยากขึ้น


นางมิเชลล์ โอนีลล์ รัฐมนตรีที่ 1 ของไอร์แลนด์เหนือ จากพรรคซินน์เฟน ซึ่งต้องการยุติการปกครองของอังกฤษในภูมิภาค และรวมเข้ากับไอร์แลนด์ กล่าวถึงการเลือกตั้งรัฐสภาในสกอตแลนด์และเวลส์ ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งท้องถิ่นของอังกฤษ ว่าเป็น “ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”


“ดิฉันคิดว่าไม่มีสัญญาณใดที่ชัดเจนไปกว่านี้แล้ว ว่ายุคของรัฐบาลลอนดอนกำลังจะสิ้นสุดลงสำหรับประชาชนที่นี่ รวมถึงประชาชนในสกอตแลนด์และเวลส์ด้วย” โอนีลล์ กล่าวเพิ่มเติม


ทั้งนี้ สี่ชาติของสหราชอาณาจักร มีความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และมักทำสงครามกันก่อนที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียว “ทางการเมือง” ในช่วงหลายศตวรรษ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคมักตึงเครียดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Refom UK) ของนายไนเจล ฟาราจ นักรณรงค์รุ่นเก๋าที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู หรือ “เบร็กซิต” และผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากนโยบายชาตินิยม ได้รับการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมในอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างชื่นชอบการปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่า “การเมืองแบบเดิม ๆ”


ความไม่พอใจของประชาชนต่อเศรษฐกิจที่ซบเซา วิกฤติค่าครองชีพที่ยืดเยื้อ และความรู้สึกที่แพร่หลายว่า ยุคทองของสหราชอาณาจักรผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เสียงต่อต้าน “สถานะที่เป็นอยู่” ดังขึ้นเรื่อย ๆ


“มันมีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่เราจะเดินละเมอไปสู่จุดจบของสหราชอาณาจักร และเมื่อสิ่งเหล่านี้เริ่มมีแรงผลักดัน มันก็ยากที่จะหยุดยั้งได้” นายจอร์จ ฟอลค์ส อดีตรัฐมนตรีประจำสกอตแลนด์ ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ จากพรรคแรงงาน กล่าว


นอกจากนี้ ฟอลค์สกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเวสต์มินสเตอร์ ใจกลางกรุงลอนดอน ควรเสนอข้อตกลงทางรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจัดตั้งรัฐสภาแห่งใหม่ที่ประกอบด้วยสี่ชาติของสหราชอาณาจักร มิฉะนั้น ชาติใดชาติหนึ่งอาจแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร ในอีก 10 ปีข้างหน้า แม้ในขณะนี้ พรรคการเมืองฝ่ายชาตินิยมยังขาดแผนงานระยะสั้น สำหรับการแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรก็ตาม


อนึ่ง ผลสำรวจความคิดเห็นเผยให้เห็นว่า การสนับสนุนเอกราชอยู่ที่ประมาณ 50% ในสกอตแลนด์, ประมาณ 40% ในไอร์แลนด์เหนือ และประมาณ 25% ในเวลส์ รวมถึงบ่งชี้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายด้วยเหตุผลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สุขภาพ การอพยพ การศึกษา และที่อยู่อาศัย


กระนั้น ความเสี่ยงที่ใกล้ตัวกว่าสำหรับรัฐบาลสหราชอาณาจักร คือ ความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองสนับสนุนเอกราช จะรวมตัวกันก่อตั้ง “พันธมิตรเคลติก” เพื่อบังคับให้รัฐบาลลอนดอนมอบอำนาจเพิ่มเติมด้านการใช้จ่าย การเก็บภาษี และสวัสดิภาพ ให้กับรัฐบาลระดับภูมิภาค.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS