กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ

ตอนนี้ผมอายุ 62 ปี ติดตามและสนใจการตอบปัญหาพร้อมกับการให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพทางเพศและสุขภาพร่างกายของคุณหมอมาโดยตลอด ผมชอบออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันมาตั้งแต่อายุ 50 ปีเป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ ตรวจร่างกายทุกปีผลออกมาปกติ แต่เมื่อช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา มักจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ใจสั่นบ่อย ๆ มีอาการร้อนวูบวาบตรงบริเวณแผ่นหลังอยู่บ่อย ๆ นอนหลับไม่ค่อยสนิท มักตื่นกลางดึกและกว่าจะหลับตานอนอีกครั้งต้องใช้เวลานานมาก ที่สำคัญคืออวัยวะเพศไม่ยอมแข็งตัวพอที่จะร่วมเพศได้เหมือนก่อน ทำให้ต้องงดการร่วมเพศกับภรรยาคนปัจจุบัน เธออายุ 47 ปีไปโดยปริยาย ทั้ง ๆ ที่ผมและเธอยังมีความต้องการอยู่ รู้สึกทรมานใจที่ให้ความสุขกับภรรยาไม่ได้ อาการที่เป็นอยู่เช่นนี้คืออะไร และจะเยียวยาแก้ไขให้กลับคืนเหมือนเดิมได้อีกหรือโดยวิธีใด

ด้วยความนับถือ
มานะ 62

ตอบ มานะ 62
อาการของชายวัย 62 ปี ที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้เรียกว่า วัยทอง ซึ่งจะพบได้ในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายอย่าง เนื่องจากในชายวัยทองนั้นลูกอัณฑะจะมีการทำงานลดลง จึงทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงส่งผลไปยังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่ควบคุมโดยฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ชัดเจน เช่น ลงพุง ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญไขมันลดลง จึงทำให้มีไขมันส่วนเกิน กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แข็งแรงน้อยลง ผมศีรษะบางขึ้น ความรู้สึกและความต้องการทางเพศลดลง เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศคือ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะร่วมเพศได้ ในชายบางคนอาจไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เลย

อาการเหล่านี้มักจะก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตคู่ อาการทางด้านจิตใจมักจะมีอาการซึมเศร้า ห่อเหี่ยว ขาดความกระฉับกระเฉงไม่กระตือรือร้น นอนไม่หลับ บางรายอาจมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น มีเหงื่อออกตามมือ หรืออาจพบอาการร้อนวูบวาบได้เช่นเดียวกับหญิงวัยทอง ชายวัย 62 ปีควรไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจหาระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนว่าต่ำกว่าปกติหรือไม่ จะได้เป็นการช่วยยืนยันการวินิจฉัย หากฮอร์โมนเพศชายต่ำก็ควรได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทน ปัจจุบันยาฮอร์โมนมีทั้งชนิดกิน ชนิดเจลทาที่ผิวหนัง และชนิดฉีด จะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น อารมณ์แจ่มใส สดชื่น มองโลกในแง่ดี ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่อย่างไรก็ตามการได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทนจะมีผลต่อต่อมลูกหมาก คือทำให้ต่อมลูกหมากใหญ่ขึ้น จึงอาจเกิดอาการปัสสาวะลำบาก

ดังนั้นก่อนที่จะให้ฮอร์โมนเพศเสริมนั้นควรจะต้องให้แพทย์ตรวจเสียก่อนว่าไม่มีปัญหาของต่อมลูกหมากโต หรือไม่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยการตรวจเลือดเพื่อดูระดับสารพีเอสเอ (PSA) หากผลการตรวจเป็นปกติ การเสริมฮอร์โมนเพศทำได้ในกรณีที่ขาดฮอร์โมน ฉะนั้นในขณะที่กำลังได้รับฮอร์โมนเสริมอยู่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51