แต่เมื่อมีหลายกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า…เรื่องจริงหรือจัดฉาก? และหากเป็นการจัดฉากเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ พฤติกรรมเหล่านี้ จะถือเป็นเพียงการสร้างคอนเทนต์ หรือเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนกันแน่  ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดคู่รักไรเดอร์ออกมาแฉบริษัทจีนจ้างแสดงคอนเทนต์ วางสคริปต์  ทำดรามาสู้ชีวิต

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์  คล้ายคลึง  รอง ผบช.สอท. สะท้อนมุมมองผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่าการสร้างคอนเทนต์ในลักษณะละครคุณธรรมสามารถทำได้ในเชิงสร้างสรรค์ แต่เมื่อใดที่“ข้ามเส้น”ไปสู่การสร้างสถานการณ์ให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริง เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงิน เส้นแบ่งนี้อาจกลายเป็นความผิดทางกฎหมายทันที

สำหรับเส้นแบ่งระหว่าง “คอนเทนต์ กับ “การฉ้อโกง” พิจารณาจากหัวใจสำคัญ เมื่อผู้บริโภคเกิดความสงสารและตัดสินใจโอนเงินให้ไรเดอร์หรือตัวละครในเรื่อง สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือความน่าสงสารนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

“หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความจริงอยู่เลย แต่เป็นกระบวนการที่จัดทำขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินประชาชน กรณีนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงได้

เอเจนซี-แพลตฟอร์ม ร่วมรับผิดชอบ

 คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัย หากผู้ผลิตเป็นบริษัทหรือเอเจนซีที่มีการเขียนบท กำหนดสถานการณ์ และกำกับอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกระแส  พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์  ยืนยันหากมีกระบวนการจัดฉากอย่างชัดเจน เอเจนซีและแพลตฟอร์มที่อยู่เบื้องหลังจะต้องถูกนำมาพิจารณาความผิดด้วย

ถ้าเราตรวจสอบพบหลักฐานการพูดคุย หรือพยานแวดล้อมที่ยืนยันว่า เอเจนซีหรือแพลตฟอร์มเป็นผู้บงการจัดฉากให้พูดเพื่อให้ได้เงินมา  ยิ่งถือว่าชัดเจนในพฤติการณ์ร่วมกัน ซึ่งตรงนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย”

‘ตำรวจไซเบอร์’เฝ้าระวัง

กรณีมีข้อสงสัยประเทศไทยอาจกลายเป็นฐานผลิตคอนเทนต์ลักษณะนี้ โดยมีทุนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นสายตรวจไซเบอร์ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรก แต่ขณะนี้ยังไม่พบผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็น

ถ้าละครคุณธรรมไทยทำเพื่อสร้างแรงบันดาลใจหรือสอนสิ่งดีถือเป็นเรื่องดี  แต่ถ้าเริ่มมีหนังเรื่องไหนแฝงลิงก์พนัน หรือใช้ความน่าสงสารของคนเป็นเครื่องมือหาเงินเข้ากระเป๋าแบบไม่สุจริต ตรงนี้ไซเบอร์ต้องดำเนินการ”

สำหรับประเด็นการเอาเปรียบนักแสดงในสัญญา หรือการถูกหักรายได้ในสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรม เบื้องต้นอาจเป็นกฎหมายแพ่งว่าด้วยข้อพิพาททางธุรกิจหรือการผิดสัญญาจ้างงาน อย่างไรก็ตาม หากพฤติการณ์มีการฉ้อโกงเข้ามาเกี่ยวข้องก็อาจพัฒนาไปสู่ความผิดทางอาญาได้เช่นกัน

ชาวโซเชียลใช้สติเสพคอนเทนต์

ฝากเตือนใจว่าการบริโภคสื่อยุคใหม่อย่างการดูละครคุณธรรมเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีสติให้มาก เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ยากลำบาก หากจะโอนเงินช่วยใคร ต้องมั่นใจก่อนว่านั่นคือ ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การแสดงที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวง

“เพราะการช่วยคนดีเป็นเรื่องน่าอนุโมทนา แต่ถ้าช่วยแล้วกลายเป็นสนับสนุนกลุ่มฉ้อโกง ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่” พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ ทิ้งท้ายเป็นข้อคิด.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน