โมริยาสุ กล่าวขอบคุณ วงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ ต่อหน้านักข่าวชาวดัตช์ที่อยู่ในห้องแถลงข่าวมากมาย จนใครที่ได้เห็นต่างก็ชื่นชมว่านี่คือ คลาสของคนประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ซึ่ง โมริยาสุ ได้พูดถึง ฮันส์ อูฟต์ โค้ชชาวดัตช์ ที่มีอิทธิพลและส่งเสริมให้นักเตะจากแดนปลาดิบ พัฒนาทั้งด้านร่างกาย เบสิคฟุตบอล ระบบการเล่น และความเป็นมืออาชีพที่มากขึ้น

ฮันส์ อูฟต์ ซึ่งถูกดึงตัวให้มาคุมทีมชาติญี่ปุ่น เมื่อปี 1992 เข้ามาเปลี่ยนเข้าเป็นไปในโลกลูกหนังของประเทศนี้ไปอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะมีผลงานพาทัพ “ซามูไรบลูส์” ได้แค่แชมป์เอเชียนคัพ ปี 1992 และไม่สามารถพาญี่ปุ่นไปฟุตบอลโลกครั้งแรกได้ก็ตาม
ฮันส์ อูฟต์ ได้นำระบบการเล่นและแนววคิดแบบเนเธอร์แลนด์ เข้ามาเสริมให้นักเตะญี่ปุ่น จากที่ใช้แต่พลังงานวิ่งไม่มีหมด เขาได้เน้นเทคนิค ระบบการเล่น ความเข้าใจเกมให้กระจายไปสู่วงกว้าง โดยอีกหนึ่งความโชคดีคือ ประเทศญี่ปุ่น มีการก่อตั้งลีกอาชีพ ในปี 1993 พอดี ก็คือ เจลีก ในปัจจุบัน

ฟุตบอลดัตช์ในยุคสมัยนั้น ขึ้นชื่อเรื่องการต่อบอล ทักษะอันยอดเยี่ยม การเล่นด้วยระบบเป็นทีม หรือที่เรียกว่า “โททัล ฟุตบอล” ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่สมัย ไรนุส มิเชลส์ และ โยฮัน คลัฟฟ์ ตำนานนักเตะเทวดา ด้วยแนวคิดที่ว่า ผู้เล่นทุกคนต้องสลัยตำแหน่งกันได้ตลอดเวลา และทุกคนต้องทีส่วนร่วมทั้งเกมรับและเกมรุก รวมไปถึงเน้นที่แท็กติกและใช้พลังกำลังเข้ามาเสริม แน่นอนว่า นักเตะญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความชยันและมีวนัยอยู่แล้ว เมื่อรวมกับความเข้าใจเกม เทคนิค นั่นจึงไม่แปลกหากจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจนตั้งเป้าจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกให้ได้ภายในปี 2050
นอกจากระบบที่ ฮันส์ อูฟต์ นำมาติดตั้งใมห้กับแข้งญี่ปุ่นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ สะพานที่ทำให้โอกาสนักเตะจากเอเชียไปโชว์ฝีเท้าในระดับยุโรปกับ เอเรดิวิซี ลีก ฮอลแลนด์ เพราะลีกดัตช์มีชื่อเสียงเรื่องการพัฒนาเยาวชนและให้โอกาสนักเตะอายุน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงช่วยให้นักเตะญี่ปุ่นเรียนรู้สิ่งที่ต้องเจอในฟุตบอลยุโรปก่อนก้าวสู่ลีกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

สรุปคือ ฮันส์ อูฟต์ ไม่ได้นำทั้งระบบของฟุตบอลเนเธอร์แลนด์มาติดตั้งแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่นำแนวคิดมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด แล้วส่งต่อไปให้บรรดากุนซือในประเทศ ในเรื่องการพัฒนาเยาวชน เทคนิค การครองบอล และความเข้าใจแท็กติก มาปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น จนกลายเป็น “ฟุตบอลญี่ปุ่นสมัยใหม่” ซึ่งมันชัดเจนถึงขนาดที่บางคนในวงการฟุตบอลยุโรปเรียกว่า “ญี่ปุ่นคือศิษย์เอกของฟุตบอลดัตช์ในเอเชีย” เลยทีเดียว



