หากพูดถึงวันสำคัญแปลก ๆ ในสหรัฐ “วันปลาดุกแห่งชาติ” ( National Catfish Day ) ซึ่งตรงกับวันที่ 25 มิ.ย. ของทุกปี อาจฟังดูเป็นเรื่องชวนอมยิ้มสำหรับคนภายนอก แต่สำหรับชาวอเมริกัน โดยเฉพาะในแถบรัฐภาคใต้ วันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอาหาร และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ
จุดเริ่มต้นของ วันปลาดุกแห่งชาติ ได้มาจากกลุ่มคนรักสัตว์หรือแคมเปญการตลาดขำ ๆ แต่ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการโดยผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ นั่นคือ ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2530
ในยุคนั้น อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาดุกของสหรัฐ กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่เป็นเพียงปลาที่จับตามธรรมชาติเพื่อประทังชีวิต ได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างงานสร้างรายได้ให้กับรัฐในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี รัฐแอละบามา รัฐอาร์คันซอ และรัฐลุยเซียนา เรแกนจึงลงนามในคำประกาศเพื่อยกย่องความอุตสาหะของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา เพื่อชี้ให้เห็นว่าปลาดุกฟาร์มของอเมริกาเป็นแหล่งโปรตีนที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
ประวัติศาสตร์การรับประทานปลาดุกของคนอเมริกันมีความผูกพันกับวิถีชีวิตมาอย่างยาวนาน ในอดีต ปลาดุกถูกมองว่าเป็น “อาหารของคนยากจน” หรืออาหารของทาสในไร่ฝ้าย เนื่องจากพวกมันหาพบได้ง่ายตามหนองบึงและแม่น้ำในภาคใต้ เมนูยอดนิยมที่สืบทอดกันมาคือ ปลาดุกชุบแป้งข้าวโพดทอดกรอบ รับประทานคู่กับซอสทาร์ทาร์ ขนมปังข้าวโพด และเฟรนช์ฟรายส์ หรือผักสลัดโคลสลอว์
อย่างไรก็ตาม เมื่อการเพาะเลี้ยงในฟาร์มระบบปิดแพร่หลาย รสชาติของปลาดุกอเมริกันก็เปลี่ยนไป ปลาดุกธรรมชาติมักจะมีกลิ่นโคลน แต่ปลาดุกฟาร์มอเมริกันจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดลอยน้ำที่ทำจากถั่วเหลืองและข้าวโพด ทำให้เนื้อปลามีสีขาว รสชาติหวานมัน ละมุนลิ้น และไม่มีกลิ่นคาวโคลนเลยแม้แต่น้อย

อนึ่ง รัฐมิสซิสซิปปี เพียงรัฐเดียว ผลิตปลาดุกฟาร์มคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดผลิตทั้งหมดในสหรัฐ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงปลาดุกของโลก”
ปัจจุบัน คนอเมริกันไม่ได้รับประทานแค่ปลาดุกทอดในร้านสไตล์พื้นบ้านอีกต่อไป แต่ปลาดุกได้ยกระดับเข้าสู่เมนูระดับเชฟชั้นนำ มีการนำไปทำเป็นปลาดุกย่างซอสบาร์บีคิว ปลาดุกอบเครื่องเทศสไตล์เคจุน หรือแม้แต่ใส่ในทาโก้และพาสต้า สะท้อนให้เห็นว่าปลาดุกได้ทลายกรอบของอาหารพื้นบ้านก้าวสู่เมนูกระแสหลักเรียบร้อยแล้ว
แม้วันปลาดุกแห่งชาติจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมปลาดุกของอเมริกิต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการนำเข้าปลาเนื้อขาวจากเอเชีย เช่น ปลาสวายหรือปลาบาซาจากเวียดนาม ซึ่งมีราคาถูกกว่า ทำให้เกษตรกรอเมริกันต้องร่วมมือกับรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายติดฉลากแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าปลาที่ซื้อคือ “Genuine U.S. Farm-Raised Catfish”
การเฉลิมฉลองในวันที่ 25 มิ.ย. ของทุกปี จึงไม่ใช่แค่การออกไปสั่งปลาดุกทอดมารับประทานกับครอบครัว แต่คือการรำลึกถึงวิถีชีวิตดั้งเดิม และเป็นการสนับสนุนหยาดเหงื่อแรงงานของเกษตรกรอเมริกันที่เปลี่ยนปลาหน้าตาพื้น ๆ ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารอเมริกันอย่างแท้จริง.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



