การจัดตั้งสำนักงานจัดการการลงทุน “ดายา อานากาตา นูซันตารา” ( Daya Anagata Nusantara Investment Management Agency ) หรือ “ดานันตารา” ( Danantara ) เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2568 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของรัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของพล.ท. ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดี ในการปรับโฉมการบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐ เพื่อผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไปสู่เป้าหมาย 8%

ดานันตาราทำหน้าที่เป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ลำดับที่สองของประเทศ ถัดจากสถาบันจัดการการลงทุนแห่งอินโดนีเซีย ( ไอเอ็นเอ ) โดยดานันตาราถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ซูเปอร์โฮลดิ้ง” เพื่อทำหน้าที่รวบรวมและปฏิรูปโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจที่เคยกระจัดกระจายและประสบปัญหาการขาดทุน ให้มีความคล่องตัวและสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์สูงสุด

ดานันตารามีต้นแบบการดำเนินงานมาจากกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ กองทุนดังกล่าวมีทุนตั้งต้นในระยะแรกประมาณ 320 ล้านล้านรูเปียห์ ( ราว 657,430 ล้านบาท ) จากการจัดสรรงบประมาณส่วนต่างของกระทรวงต่าง ๆ และตั้งเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ แตะระดับ 982,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 32.27 ล้านล้านบาท ) ภายในปี 2572

ทั้งนี้ รัฐสภาอินโดนีเซียผ่านการแก้ไขกฎหมาย เพื่อแยกบทบาทระหว่างกระทรวงรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบาย กับดานันตารา ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ ให้แยกจากกันอย่างเป็นระบบ โดยจัดสรรสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโฮลดิ้งภายใต้ดานันตารา และจำแนกความแตกต่างระหว่างดานันตารากับกองทุนไอเอ็นเอ

แม้ดานันตาราจะได้รับการปกป้องภายใต้ “กฎการตัดสินใจทางธุรกิจ” ที่ช่วยคุ้มครองคณะทำงานจากการรับผิดทางกฎหมาย หากการลงทุนเกิดการขาดทุนโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การดำเนินงานจริงยังคงเผชิญข้อกังขาด้านธรรมาภิบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นสำคัญคือการควบตำแหน่งของข้าราชการการเมือง โดยพบการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการหลายคน เข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน เกี่ยวกับความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุน ที่ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนพากันถอนเงินทุนออกจากหุ้นอินโดนีเซีย จากความกังวลต่อนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ดานันตารากลับสามารถพิสูจน์ศักยภาพทางการเงินด้วยการประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตรระดับโลกครั้งแรก มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 49,349.25 ล้านบาท ) ในเดือนมิ.ย. ปีนี้ซึ่งมียอดจองซื้อสูงกว่าเป้าหมายถึงสี่เท่า และได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากกลุ่มทุนในสหรัฐและยุโรป

ทว่าในทางกลับกัน ความพยายามที่จะระดมทุนในประเทศด้วยพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด กลับก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในกลุ่มชนชั้นนำทางธุรกิจ ในประเทศที่มองว่าเครื่องมือนี้เป็นมาตรการทดสอบความภักดีทางการเมือง มากกว่าโอกาสทางธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่สมเหตุสมผล

ในแง่ของอนาคตและการพัฒนาที่ยั่งยืน ดานันตารากำลังเร่งเปลี่ยนผ่านพอร์ตการลงทุนรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานเพื่อลดภาระการคลัง ปัจจุบันภาครัฐต้องจ่ายเงินอุดหนุนและเงินชดเชยให้แก่ เปอร์ตามินา และ พีแอลเอ็น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน สูงถึง 374 ล้านล้านรูเปียห์ต่อปี ( ราว 689,000 ล้านบาท ) ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่าสองเท่าของเงินปันผลที่ได้รับกลับคืนมา

ขณะเดียวกัน ยังมีการได้รับโอนสิทธิ์ในโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะ จำนวน 31 แห่งจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม ถือเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามปรับทิศทางของกองทุนดานันตาราไปสู่การลงทุนสีเขียวและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์สีทองของอินโดนีเซีย ในการบรรลุความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตที่ยั่งยืน.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS