1. กรณีดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่า บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งขนโดยสารไม่สาธารณะ บริษัทฯ ผู้ประกอบกิจการโรงแรมจึงไม่สามารถรับรู้รายได้เฉพาะส่วนต่างที่ได้รับจากลูกค้า กับส่วนที่ต้องจ่ายให้ผู้ให้บริการได้ เพราะบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าหรือคนโดยสารที่ใช้บริการรถลิมูซีนนั้น
2. บริษัทฯ (โรงแรม) มีหน้าที่ในการออกใบเสร็จรับเงินเต็มจำนวนให้ลูกค้า เนื่องจากประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารไม่สาธารณะดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่สามารถนำมาออกใบกำกับภาษีเฉพาะค่าบริการขนส่งคนโดยสารได้ แต่หากบริษัทฯ เรียกรับทั้งค่าบริการโรงแรมที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าขนส่งคนโดยสาร ก็สามารถนำค่าบริการขนส่งคนโดยสารมาแสดงในใบกำกับภาษี โดยต้องแยกให้เห็นชัดแจ้งว่าเป็นค่าขนส่งคนโดยสารที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
3. กรณีดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่า บริษัทฯ (โรงแรม) ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งขนโดยสารไม่สาธารณะ เมื่อบริษัทฯ (โรงแรม) ได้รับเงินได้ค่าบริการขนส่งคนโดยสารไม่สาธารณะจากผู้จ่ายเงินได้ที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ย่อมต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของเงินได้ค่าบริการรับขนส่งคนโดยสาร ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
ในทางตรงกันข้าม บริษัทฯ (โรงแรม) มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของเงินได้ค่าบริการรับขนส่งคนโดยสาร ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ที่จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการลิมูซีน (outsource service) อีกด้วย.



