หนึ่งในนั้นมีการพูดถึงภารกิจ“ดมกลิ่น”ตรวจหาสารเสพติดของสุนัขตำรวจ พ.ต.อ.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สุนัขตำรวจ เผยผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม” เปิดกำลังพล“สี่ขา”หน่วยสุนัขตำรวจว่า ปัจจุบันมีสุนัขปฏิบัติหน้าที่รวม 74 ตัว ในจำนวนนี้จัดเป็นสุนัขดมยาเสพติด 21 ตัว ส่วนที่เหลือรับบทบาทกระจายไปตามภารกิจสำคัญ เช่น ดมวัตถุระเบิด สะกดรอย จู่โจมคนร้าย และกู้ภัย
พร้อมบอกเล่าในแต่ละวัน สุนัขตำรวจจะมีภารกิจทำงานเชิงรุกที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. มอบหมาย โดยให้ร่วมกับชุดสืบสวน 191 ออกตรวจค้นยาเสพติดที่แฝงมากับตามไปรษณีย์ขนส่งพัสดุ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญ เช่น รอบเขตพระราชฐานและสถานีรถไฟฟ้า และสนับสนุนภารกิจตามที่หน่วยงานต่าง ๆ ร้องขอ
อาทิ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงแรงงาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เป็นต้น ส่วนในพื้นที่สนามบินหลัก จะเป็นหน้าที่ของสุนัขหน่วยงานอื่น โดยมีสุนัขตำรวจร่วมสนับสนุนเมื่อมีการร้องขอเช่นกัน

แทบ’ไม่ผิดพลาด’ แต่มีโอกาส Error
ส่วนข้อสงสัยความแม่นยำในการตรวจสอบยาเสพติดของสุนัข เปรียบทียบกับเครื่องตรวจ พ.ต.อ.สุกฤต ระบุ ความแม่นยำและกลวิธีการฝึกฝนว่า เรื่องความแม่นยำขีดความสามารถของสุนัขตำรวจถือว่า“สูงมาก”จนแทบ“ไม่มี”ความผิดพลาด แต่การเกิดข้อผิดพลาด(Error) อาจเกิดขึ้นได้จากกลิ่นค้างเก่า สภาพร่างกายของสุนัข เช่น สุนัขอายุมากทำให้ประสิทธิภาพในการใช้จมูกลดลง และสภาพแวดล้อมที่อาจมีข้อจำกัด
ยกตัวอย่าง กระเป๋าที่เคยใช้ขนยาเสพติดมาก่อน ทำให้สุนัขส่งสัญญาณชี้จุดแม้จะไม่มียาเสพติดอยู่แล้ว หรือเกิดจากปัจจัยภายนอก อย่างกรณีล่าสุดตำรวจ 191 ยึดยาไอซ์ซีลพลาสติก 3 ชั้นในถุงชา เมื่อใช้สุนัข 3 ตัว สามารถดมเจอ 2 ตัว และมี 1 ตัวที่คลาดเคลื่อนจากปัญหาสภาพร่างกาย

ปัจจุบันการฝึกสุนัขตำรวจใช้วิธีดมกลิ่นจาก“การอบ” ตัวของสุนัขจะไม่ได้สัมผัสกับยาเสพติดโดยตรง ซึ่งได้ประสานสำนักงาน ป.ป.ส. นำสำลีไปอบกลิ่นยาเสพติดประเภทต่างๆ เช่น ยาบ้า ยาอี ยาเค เฮโรอีน และไอซ์ ทำให้ตัวสุนัขปลอดภัย ไม่ต้องสัมผัสกับสารเสพติดโดยตรงในระหว่างการฝึกฝน
ส่วนข้อจำกัดทางกายภาพและปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ แม้สุนัขตำรวจจะมีความเชี่ยวชาญสูง แต่มีข้อจำกัดสำคัญเรื่อง“ความร้อน” เนื่องจากสุนัขไม่มีต่อมเหงื่อเหมือนคน เมื่อเหนื่อยหรือร้อนจะใช้วิธีอ้าปากระบายความร้อน ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการดมกลิ่น“ลดลง”ทันที เจ้าหน้าที่จึงต้องให้สุนัขพักผ่อน เพื่อรักษาความสดชื่นก่อนปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ความเครียดและการนอนไม่พอก็มีผลโดยตรง ผู้ควบคุมจึงต้องกระตุ้นสุนัขก่อนเริ่มงานเสมอเพื่อปรับสภาพจิตใจให้มีความสุขและลดความเครียด

เจาะลึก‘สายพันธุ์เด่น’
สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีศักยภาพดมกลิ่นใกล้เคียงกัน แตกต่างที่ความทนทาน รูปร่าง และลักษณะนิสัย ซึ่งถูกเลือกใช้ให้เหมาะสมตามประเภทภารกิจต่าง ๆ
ภารกิจดมกลิ่น (ยาเสพติด/วัตถุระเบิด) นิยมใช้พันธุ์เบลเยียม มาลีนอยส์ (Belgian Malinois) เพราะขนสั้น ทนความร้อนเมืองไทยได้ดี อึด และมีแรงขับสูง
พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd) ดมกลิ่นดีเยี่ยม การกัดมั่นคง และสภาพจิตประสาทดี แต่มักเหนื่อยง่ายกว่าเพราะขนยาว

พันธุ์ ลาบราดอร์ (Labrador) มีความเก่งและทนทาน แต่ยังเป็นรองมาลีนอยส์
พันธุ์ บีเกิล (Beagle) แม้จะฉลาดและหน้าตาน่ารัก แต่มีข้อจำกัดเรื่องรูปร่างที่ตัวเตี้ยและตัวเล็ก ทำให้ไม่สามารถดมกลิ่นในที่สูงๆ ได้
ภารกิจอารักขา (จู่โจม/สะกดรอย) ต้องการสุนัขที่มีรูปร่างน่าเกรงขาม และมีแรงขับในการทำงานสูง นิยมใช้ 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ดัตช์ เชิพเพิร์ด , เบลเยียม มาลีนอยส์ และ เยอรมัน เชิพเพิร์ด

อาการเมื่อเจอเป้าหมาย
สำหรับข้อแตกต่างในการแสดงออกเมื่อตรวจเจอสิ่งของ “สุนัขดมระเบิด”เมื่อเจอวัตถุระเบิดจะแสดงอาการ “นิ่ง จ้อง นั่ง หรือหมอบ” เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการจุดระเบิด
ต่างจาก“สุนัขดมยาเสพติด”เมื่อเจอสิ่งเสพติดมักจะแสดงพฤติกรรมส่งสัญญาณด้วยการ“ขุดคุ้ย ค้นหา หรือตะกุย”ตรงจุดนั้นทันที “สุนัขสะกดรอยจู่โจม” เมื่อเจอเป้าหมายจะพุ่งเข้ากัดตามที่ได้รับการฝึกมา

เส้นทางฝึกก่อนสนามจริง
พ.ต.อ.สุกฤต ระบุ ขั้นตอนการฝึกสุนัขอันดับแรก ต้องเรียนรู้จิตวิทยาและธรรมชาติของสุนัข ซึ่งใช้เวลาฝึกการเชื่อฟังคำสั่งเบื้องต้น เช่น นั่ง หมอบ คอย เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นเป็นการฝึกแยกสายงานอีก 3 เดือน และเริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่จริงเป็นเวลา 6 เดือน
การฝึกสุนัขแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป อาทิ สุนัขค้นหาวัตถุระเบิด ยาเสพติด เน้นการฝึกการดมกลิ่น ส่วนสุนัขจู่โจม เน้นฝึกความคล่องตัว การพุ่งเข้ากัดตามคำสั่งให้แม่นยำ
อย่างไรก็ตาม สุนัขมีประสาทการได้กลิ่นมากกว่าคน แต่คนมีความเฉลียวฉลาดมากกว่า ดังนั้น คนที่ควบคุมสุนัขต้องสื่อสารอย่างไรให้สุนัขใช้จมูกดมกลิ่น และสามารถปฎิบัติภารกิจให้มีประสิทธิภาพ ทั้งผู้คุมและสุนัขต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวกันและเข้าใจกันด้วย.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



