@การเมือง เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง  เพราะเพียงสามเดือนเท่านั้น พรรคการเมือง อย่าง ภูมิใจไทย และ หัวหน้าพรรคอย่าง อนุทิน ชาญวีรกุล ที่เคย ป็อปปูล่า จากการโหวต ก่อนการเลือกตั้ง จนได้รับ คะแนนจากประชาชนอย่าง ถล่มทลาย  ได้ สส. เกือบ 200 คะแนน ทิ้งพรรค เพื่อไทย แบบไม่เห็นฝุ่น…..แต่วันนี้ ผลโพล ที่ออกมา และเป็น ผลโพล ที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับ พรรคภูมิใจไทย และ หัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกุล กลายเป็น ขาลง แบบไม่ธรรมดา แต่เป็นการ ลงลิฟท์  แบบ ใจหายใจคว่ำ  โดยมี  ณัฐพงษ์ เรืองปัญหาวุธ หัวหน้าเท้ง แห่งพรรคประชาชน แซงขึ้นหน้า สาเหตุไม่ใช่การ อ่อนประชาสัมพันธ์ ผลงาน อย่างที่ นายกรัฐมนตรี เข้าใจ แต่เป็นเพราะ ตื่นเช้าขึ้นมาแต่ละวัน   เสนาบดี และ นักการเมือง ของพรรคภูมิใจไทย มีแต่เรื่อง ฉาวโฉ่ ที่ สื่อ ทุกแขนง นำข่าวมา กรอกหูชาวบ้าน รวมทั้ง ข่าว ใน โซเซียล มีแต่เรื่อง เสียหาย มากกว่า เรื่อง ผลงาน ของ เสนาบดี …..

@การ สร้าง ศรัทธา กับ ประชาชน ต้องมี ผลงาน ที่ เข้าตาประชาชน และต้อง ไม่มี ข่าวฉาวโฉ่ เป็นข่าวรายวัน อย่างที่เป็นอยู่  อย่ากลบเกลื่อน การที่ เสนาบดีไร้ผลงาน ว่าเป็นเรื่อง อ่อนประชาสัมพันธ์ และให้ เสนาบดี ทุกกระทรวง เร่งออกมา ประชาสัมพันธ์ผลงาน เพื่อสร้างผลงาน ในเมื่อ ผลงาน ที่ทำมาไม่เข้าตาประชาชน แล้วจะเอาอะไรมาโชว์…..วันนี้ รูเบ้อเร้อ ที่เป็น จุดอ่อน คือ กระทรวงมหาดไทย ที่ นายกรัฐมนตรี นั่งควบ เป็น มท.1  เพราะ เป็น กระทรวงที่ มีเรื่อง ฉาวโฉ่ เกิดขึ้น อยู่ตลอดเวลา และการ แก้ปัญหา ไม่ สะเด็ดน้ำ เช่น ปัญหา ส่วย ที่ เกาะภูเก็ต  หรือ จ.ภูเก็ต ที่ หลังจากมีการ สั่งย้าย แบบ ล้างบาง แต่หลังการย้าย มีการ เอาผิด ผู้ที่อยู่ในข่าย การทำผิดหรือไม่  และ “ความวัวไม่ทันหาย ความควาย ก็ตามมา คือเรื่อง การโกงข้อสอบของกรมการปกครองท้องถิ่น ที่กลายเป็นเรื่อง อื้อฉาว และการ เอาผิด เป็นไปแบบ เชื่องช้า และ ตัดตอน ที่มี คนผิด เพียงน้อยนิด ทั้งที่เรื่อง โกงสอบที่มี เม็ดเงิน สี่พันห้าร้อยล้าน หรืออาจจะ มากกว่านั่น ใครจะไปเชื่อว่า มีคนผิด เพียงไม่กี่คน และไม่มี นักการเมือง อยู่เบื้องหลัง นี่คือความ เสื่อม ที่เกิดขึ้น ใน มหาดไทย และ รัฐบาล….. อบายมุข มากมาย ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ เมืองท่องเที่ยว เมืองเศรษฐกิจ ที่มีการ จ่ายส่วย ล้วนมีคนของ มหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้อง และมี บทบาท…..อย่างใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทุกอำเภอมีการ สอบบรรจุ อาสารักษาดินแดน เพื่อเป็น อส.จ.และ  อส.อ.เพื่อทำหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อย  ที่มีการ เรียก รับเงิน ผู้ต้องการเป็น อาสารักษาดินแดน หัวละ 150,000 -200,000 บาท ก็มีการ ปล่อยปละ ไม่มีการ จัดการ โดยอ้างว่า ไม่มี หลักฐาน ในเมื่อไม่มีการ สอบสวนข้อเท็จจริง ไม่มีการ แสวงหาหลักฐาน และ หลักฐานมันจะมาได้อย่างไร….

@ก็ต้องติดตามกันว่า พรรคภูมิใจไทย และ อนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรค และ นายกรัฐมนตรี จะใช้ ลูกไม้การเมือง แบบไหน ในการ สร้างความศรัทธา และสามารถ มีคะแนนนิยม กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งเชื่อว่า จะได้เห็นผลโพล ในเดือนถัดไป และถ้า ผลโพลยัง ดิ่งเหว ข่าวลือ เรื่อง การเปลี่ยนตัว นายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อ ศ อาจจะเป็นเรื่องจริง ที่ไม่ใช่ ข่าวลือ เพราะก่อนมีไฟ ต้องมีควัน…..แต่กว่าจะถึง วันนี้ เชื่อว่า อนุทิน ชาญวีรกูล คงไม่ยอมที่จะเดินไปให้ถึงจุดนั้น  ดังนั้น สิ่งที่ต้อง ติดตาม คือ อนุทิน ชาญวีรกูล จะ จัดการ กับ เสนาบดีที่โลกลืม ของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร เก็บใส่ ห้องเย็น เพราะไม่มีคุณค่า ด้วยการ เปลี่ยนตัวเล่นที่ละคน หรือมีการ ปรับ ครม.เพื่อ กู้ความศรัทธา เชื่อถือ กลับคืนมา…..เพราะ เปิดสมัยประชุม ใน สมัยหน้า พรรคประชาชน ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล และหาก รัฐบาลมี แผล ทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ มือของ สส.พรรครัฐบาลจะมีมากกว่า ก็เพียงชนะในสภา แต่พ่ายแพ้ในทางการเมือง และ เสื่อมถอย ในความรู้สึกของประชาชน…..

@พลันที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้ชัดว่า ที่ ผลโพล ออกมา ความนิยมของประชาชน หดหาย  ทั้งที่ ประเทศไทย มีหลายอย่างที่ดีขึ้น แต่ไม่มีการ หยิบยก มาบอกให้ประชาชนรับรู้  เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ เสนาบดีกระทรวงการคลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  ก็ เปิด เฟซบุ๊ก เพื่อ สื่อสาร กับประชาชนทันที เช่นเดียวกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ เสนาบดีกระทรวงคมนาคม ก็เปิดเฟซบุ๊กในชื่อ “พิพัฒน์ หยัดได้” เพื่อ การ สื่อสาร ผลงานของ คมนาคม ใครต้องการรู้ว่า กระทรวงไหน เสนาบดีคนไหน ทำอะไร มีผลงานมากน้อย แค่ไหน ก็ ติดตามจาก เฟซบุ๊ก ของ เสนาบดี แต่ละกระทรวงได้…..แต่ที่ แน่ๆ ครม. มีมติ ให้ กระทรงคมนาคม เดินหน้า 2 โครงการใหญ่ในภาคใต้ นั้นคือ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระ.บี่ และ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม จังหวัดพัทลุง กับจังหวัดสงขลา โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569  และ จะแล้วเสร็จในปี 2572  ก็ต้องติดตามดูว่า  บริษัทในเครือข่ายการเมืองคนไหน จะได้ เค็กชิ้นใหญ่ไปครอง……

@อีกเรื่อง ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการ อย่างเร่งด่วน ต่อ เอกณัฐ พร้อมพันธ์ เสนาบดีกระทรวงพลังงาน คือให้ ลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง  เพื่อให้มีราคาถูกลง เพื่อเป็นการ ช่วยเหลือประชาชน และภาคการผลิต ซึ่งก็ต้องดูว่า เอกณัฐ พร้อมพันธ์ หรือ เสี่ยขิง จะ ดำเนินการอย่างไร ในการที่จะไป บีบคอ โรงกลั่นน้ำมัน ให้ลดราคาลิตรละ 2 บาท 3 บาท ตามราคาน้ำมันโลก ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก  ก็อย่าลืมติดตามดู ฝีมือ ของ รัฐมนตรีพลังงาน แต่ถ้าทำได้  อาจทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้เร็วขึ้น…..รัฐมนตรี น้องใหม่ ที่ น่าเห็นใจ คงเป็น  วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ โกแพ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ที่ นอกจาก หัวคะแนนหลายคนใน จ.สตูล เข้าไปมีส่วนในการโกงข้อสอบของกรมการปกครองแล้ว พ่อ และ ลุง ยังถูก ปปช. ชี้มูลความผิด ในกรณีงานก่อสร้างอาคารนักท่องเที่ยว ใน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่ง เรื่องนี้ ปปช. ดำเนินการมานานแล้ว แต่เผอิญ มีการ แถลงข่าวในห้วงนี้ ก็ถือว่าเป็นเวลาที่ พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ที่ โกแพ ต้อง เอาตัวให้รอด…..

@ในขณะที่  พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีหนังสือถึง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอตัว  กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณณ์ สส.ตรัง เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์  ให้มาพบพนักงานสอบสวน  เพื่อดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเรื่องความผิดฐานออกใบกำกับภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย….ขณะที่ ดีเอสไอ ก็เตรียมที่จะดำเนินคดีกับ ชนนพัฒน์ นาคสั้ว หรือ สส. กฤต ขวัญใจประชาชน เขต 4 สงขลา พรรคกล้าธรรม สำหรับ ชนนพัฒน์ นาคสั้ว นั้น มีหลายคดี ที่เกี่ยวกับเรื่อง การพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นคดีที่ ประชาชน ให้ความสนใจ ว่า คดีต่างๆ ที่ เกิดขึ้น จะมีจุดจบอย่างไร ในขณะที่ ชนนพัฒน์ นาคสั้ว บอก ประชาชนว่า ไม่เป็นไร มีการ เคลียร์กับ ผู้ใหญ่ แล้ว เท็จ จริงอย่างไร วันเวลาจะเป็นผู้ บอกความจริง…..ส่วนที่ จ.สงขลา คดีการบุกรุกโบราณสถานหัวเขาแดง อ.สิงหนคคร จ.สงขลา ที่มี  นายกเทศบาลเมืองสิงหนคร พ่อ-แม่- เป็น จำเลย ศาลอุธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ก็ยังเหลืออีกศาล นั้นคือศาลฎีกา ยังมีเวลา ลุ้นได้อีกพักใหญ่…..

@ก็เป็นไปตามโผ ที่การโยกย้ายในเดือน กันยายน ที่จะถึงนี้  ปิยะศิระ วัฒนาวรางกูล เลขาธิการศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. จะไปเป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพราะมีการ วางตัวไว้ตั้งแต่ขยับจาก รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็น เลขาธิการ ศอ.บต.แค่ 1 ปี เพื่อไป นั่งในตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม…..ส่วนใครจะมาเป็น เลขาธิการ ศอ.บต. ต่อจาก ปิยะศิริ วัฒนวรางกูล ก็ต้องดูว่า พรรคภูมิใจไทย จะส่งใครมา เพราะ วันนี้ ตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นเรื่องของ การเมือง มากกว่า เรื่อง การบ้าน หรือ การ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอให้ ฝ่ายการเมือง เห็นถึงความสำคัญของ ศอ.บต. ที่เป็น หน่วยงาน ในการ แก้ปัญหา ความยากจน เศรษฐกิจ ปากท้อง ของ คนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่วันนี้ สายใย ระหว่าง ศอ.บต. กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด  เหลือเพียงความผูกพันเพียงเส้นบาง และนี้คือ ปัญหาอุปสรรค ที่เกิดขึ้น และทำให้ ศอ.บต. กำลังไม่มีความหมาย และมีการ เสนอให้ ยุบ ศอ.บต. และ ตั้ง มหาดไทยส่วนหน้า มาแทนที่…… ศอ.บต.ยังมีความสำคัญ กับการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้  แต่ต้องมีการ ปรับปรุง พรบ.ศอ.บต. ให้ใช้ประโยชน์กับกานรแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากต้องการให้ ศอ.บต. มี ศักยภาพ เหมือนในอดีต ต้องให้ เลขาธิการ ศอ.บต. มาจาก กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ศอ.บต. จึงจะ มีประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ผล หวังว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อย่าหลงเชื่อใคร และยุบ ศอ.บต. เหมือนกับที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยทำกับ ศอ.บต.มาแล้ว….

@กลับมาที่ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังการ ปฏิบัติการ เผาปั้มน้ำมันที่ จ.ยะลา และ ปัตตานี ปิดถนนเผารถบรรทุก บนถนนสายยะลา-เบตง วางระเบิดแสวงเครื่อง บนถนนสาย ตากใบ-สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำเอา พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ,ทบ.นั่งไม่ติด ต้องนำคณะลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ และ ติวเข้ม การทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก  เพื่อนร่วมรุ่น ที่ทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 มาแล้ว 8 เดือน แต่ยัง มะงุมมะงาหรา กับปัญหาของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้….ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ก็จะนำคณะลงพื้นที่ทุกครั้ง ที่มี สถานการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ ติวเข้ม อย่างไร สถานการณ์ ก็มีแต่แย่ลงๆ ก็ไม่ทราบว่า ความรุนแรงของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การ อำนวยการ ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า จะ เห็นตลิ่งเห็นฝั่ง เมื่อไหร่ ….ที่สำคัญ โฆษก บีอาร์เอ็น ออกแถลงการถึง ประชาชน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า บีอาร์เอ็น ยังคงปฏิบัติการต่อเป้าหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ เป้าหมายทางเศรฐกิจ เป้าหมายที่เป็นประชาชาฝั่งของรัฐ ขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากพื้นที่เป้าหมายเพื่อความปลอดภัย นี่คือการข่มขู่ แต่เป็นของจริง และเท่าที่สืบเสาะ ความเคลื่อนไหวของ บีอาร์เอ็น พบว่า มีเป้าหมาย ที่เป็น ปั้มน้ำมันในถนนสายหลักอีก 5 แห่ง ที่อยู่ในแผนการ วางระเบิด วางเพลิง เจ้าของกิจการต้องมีแผนในการป้องกันกิจการของตนเอง เพราะจะหวังพึ่ง เจ้าหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้ ในเมื่องานการข่าวของ ทุกหน่วยงาน ในพื้นที่ ทหาร ตำรวจ ปกครอง ต่าง มืดบอด การป้องกันเหตุของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจึง สะเปะสะปะ ไม่ได้ผลอย่างที่เห็น ไม่ใช่ตำรวจ ทหาร ไม่ทำงาน เพียงแต่เป็นการทำงานแบบ ไม่มีเป้า เรียกว่า เหนื่อยเปล่า….วันนี้ บีอาร์เอ็น เปลือยตัวตน ให้เห็นชัดเจนว่า ต้องการใช้ ประชาชน เป็นตัวประกัน และใช้ความรุนแรง เป็นเครื่องมือ เพื่อบรรลุสู่ เป้าหมายที่ต้องการ นี้คือ โจทย์ ของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.และ กอ.รมน,ภาค 4 ส่วนหน้าที่ต้องนำไปตีให้แตก และต้องถามว่า ในเมื่อ บีอาร์เอ็น เผยตัวตนธาตุแท้ ถึงความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ โดยใช้ ชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับ เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชน ยังจะเห็นด้วยและสนับสนุน บีอาร์เอ็น อีกหรือไม่….

@อีกเรื่องที่ต้อง ลงลึก ในการ สืบค้น ว่า การที่มี บุคคล ที่อ้างว่าเป็น ผบ.กองกำลัง บีอาร์เอ็น ผ่านทาง สื่อมวลชน  ว่าพร้อมจะวางอาวุธ พาพลพรรค 100 คน และนำอาวุธ ที่ ปล้นจากค่ายปิเหล็ง มามอบให้กับรัฐ โดยมีเงื่อนไขให้มีการถอนทหาร จาก จ.นราธิวาส และให้ อาสารักษาดินแดน ทำหน้าที่แทนทหาร และจะ เจรจาผ่านทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่ แม่ทัพภาคที่ 4….เรื่องนี้เป็น เรื่อง ปาหี่ หรือเป็นเรื่องที่ต้องการ เสี้ยม ให้เกิดความ แตกแยก ระหว่าง ฝ่ายปกครองกับทหาร โดย บุคคลผู้นี้ซึ่งยังเป็น ไอ้โม่ง ต้องการให้ ถอนทหาร ออกจากพื้นที่ และต้องการให้รัฐบาลมอบอำนาจกับ ฝ่ายปกครอง ในการแก้ปัญหาของ ไฟใต้….และ สอดคล้องกับการที่ มีการเสนอ ต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้มีการตั้ง มหาดไทยส่วนหน้า เพื่อมาแทนที่ กอ.รมน.ภาค 4 และมีการ เสนอให้ยุบ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ การที่ โอ้โม่ง ออกมาเรียกร้องอย่างนี้ กองทัพคิดเห็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.คิดเห็นอย่างไร สำคัญ ไอ้โม่ง คนนี้เป็นใคร เป็น แกนนำ กองกำลังติดอาวุธใน จ.นราธิวาส จริงหรือไม่ เพราะ ผู้นำ กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น ใน จ.นราธิวาส ที่ชื่อ “แบกี” ปฏิเสธ ว่าตนไม่ใช่ไอ้โม่ง ตัวนั้น และ “นิเซะ นิฮะ” ผบ.กองกำลังทหารของ บีอาร์เอ็น ก็ไม่ได้ส่งเสียง กับการออกมา เปิดประเด็นของ ไอ้โม่ง ที่จะนำกำลังของ บีอาร์เอ็น ออกมามอบตัว ที่สำคัญ มีการตรวจสอบแล้ว พบว่า ในแกนนำของ บีอาร์เอ็น ยังไม่มี ประเด็นของความขัดแย้ง ที่เป็น รอยร้าว ให้มีการ แปรพักตร์ ครั้งใหญ่ ด้วยการนำ กลุ่มติดอาวุธ ออกมา มอบตัว กับรัฐ ก็ต้องถามไปยัง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้กุมงานข่าวกรอง น่าจะมีคำตอบที่ดีที่สุด ถ้า แม้แต่ ผอ.สำนักข่าวกรอง ยังไม่มีข่าว  แล้วจะเอาชนะ บีอาร์เอ็น อย่างไร….

@ต่อด้วยการ เจรจาสันติภาพ หรือการ พูดคุยสันติสุข ระหว่าง ผู้แทนคณะพูดคุย ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ กับ ตัวแทนของ บีอาร์เอ็น โดยการ อำนวยความสะดวกของ มาเลเซีย ในปลายเดือนนี้ ปรากฎว่า โฆษก บีอาร์เอ็น ได้ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ด้วยการนำองค์กร เอ็นจีโอ จากชาติตะวันตกเข้ามา ยุ่งเกี่ยวกับ โต๊ะการพูดคุย และมีการ ชื่นชม รัฐบาลมาเลเซีย ว่าเป็นผู้สนับสนัน สันติภาพ การออกมา ขับเคลื่อน ของ บีอาร์เอ็น ก่อนการพูดคุย มี นัยทางการเมือง และเป็นเรื่องผิด มารยาท นี้แค่ นัดแรก ที่จะมีการพูดคุย ก็มีการ ชิงไหวชิงพริบ กันแล้ว ดูแล้วเส้นทางของการ พูดคุยสันติสุข ขรุขระ ตั้งแต่ก้าวแรก…..มาที่ประเด็น ที่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฏร ที่ เสนอให้ยุบ หน่วยงาน กอ.รมน.เพราะไม่มีประโยชน์ โดยหยิบยกเอา กรณี กอ.รมน.จ.นราธิวาส ที่ คนของ กอ.รมน .นำทั้งอาวุธ และ รถยนต์ ใช้ในการยิงถล่มรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ บีวาเมาะ สส.เขต 4 พรรคประชาชาติ ข้อเสนอ ของ อาจารย์ วันนอร์ ทำเอา ฝ่ายความมั่นคงนั่งไม่ติด รวมทั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ออกมา แสดงความไม่เห็นด้วยกับ การยุบ กอ.รมน. ที่อยู่คู่กับประเทศไทย ตั้งแต่ยุค สงครามเย็น ประเด็นของ กอ.รมน.นั้น โอกาสที่จะ ยุบ เป็นไปได้ยาก แต่ ต้องมีการ ปรับปรุง การทำหน้าที่ของ กอ.รมน.เพื่อให้ สอดคล้อง กับ สถานการณ์ในปัจจุบัน ที่มี ภัยแทรกซ้อน ในรูปแบบใหม่ และต้องไม่ไปทำงานซ้ำซ้อน กับ หน่วยงาน ที่เขาทำอยู่แล้ว ประเด็นนี้ต่างหากที่ทุกฝ่ายต้องร่วม ขับเคลื่อน เพื่อให้ กอ.รมน.มีประโยชย์ กับความมั่นคงของประเทศ….

@ปัญหาระหว่างไทยกับมาเลเซียคือปัญหา เศรษฐกิจ การค้า ในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องมีการ ได้เปรียบเสียเปรียบ ดังนั้นในวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงเดินทางไปเยือน ประเทศมาเลเซีย พบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดาโต๊ะอันวาร์ อิบราฮิบ เพื่อเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะวันนี้เรื่อง การส่งออกกุ้ง 5ชนิดจากเกตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ถูกมาเลเซีย สั่งแบน ยังแก้ปัญหาไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ มาเลเซีย ยังไม่ได้ให้คำตอบว่า จะให้ไทยส่งออกกุ้งได้ ชั่วโมงไหน และไทยต้องนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย แบบไม่ต้องตรวจสอบสารตกค้างหรือไม่….หลังจากนั้นในวันที่ 10 ก.ค. นายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ประเทศ จะร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดด่านพรมแดนแห่งใหม่ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านศุลกากรแห่งใหม่ที่ทันสมัย แต่ก็มีปัญหากับ ธุรกิจการค้า ของเมืองด่านนอก เทศบาลสำนักขาม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ด่านพรมแดนเก่า ที่หลังเปิดใช้ด่านพรมแดนใหม่ นักท่องเที่ยว และผู้เข้าเมือง ไม่จำเป็นต้องผ่านด่านเก่า ธุรกิจการค้าในเมืองชายแดนแห่งนี้จะต้อง ซบเซา เรื่องนี้ ประชาชน ที่ทำมาหากินใน เมืองด่านนอกต้องปรับตัวอย่างไร และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ของผู้ได้รับผลกระทบ จะช่วยหาทางออกอย่างไร รัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา อย่านิ่งนอนใจ….

@นอกจากแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำอิง ของไทยชายแดนภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ ปนเปื้อน สารพิษ ทั้ง สารหนู ไชต์ยาไนต์ และ อื่นๆ จากการที่ กลุ่มทุนจีน ทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ และเหมืองอื่นๆ ในประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว แล้ว แม่น้ำกระบุรี ใน จ.ระนอง ของภาคใต้ ก็ประสบปัญหาเดียวกัน เรื่องนี้ยังไม่เห็นการ ตื่นตัว ของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ว่าจะดำเนินการอย่างไร….อีกเรื่อง ที่น่าเป็นห่วง สำหรับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในทุกภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออก และภาคใต้ ที่ปีนี้ราคาทุเรียนในการส่งออก ตกต่ำ เพราะผลผลิตที่ออกมามาก และมีคู่แข่ง ทั้งเวียดนาม และมาเลเซีย โดยเฉพาะ มาเลเซีย ที่ทุเรียน มูซังคิง ล้นตลาด ต้องขายในราคาถูกๆในประเทศแทนการส่งออก ดังนั้น ใครที่กำลังโค่นสวนยาง สวนปาล์ม เพื่อปลูกทุเรียน เพื่อหวังรวย ต้องคิดให้รอบคอบ และ กรมวิชาการหรือกรมส่งเสริมกระทรวงเกษตรฯ ต้องออกมาให้ความรู้กับเกษตรกรด้วย เพราะหากมีการปลูกแบบไม่บันยะบันยัง ไม่รู้เรื่องการตลาด โอกาสที่ หมอนทอง จะเป็นแบบ มูซังคิง ของ มาเลเซีย เห็นอยู่ไม่ไกล….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

———————————————————————

////////////////////////////////////////////////////

กาชาดช่วยเรา เราช่วยกาชาด.   สรรเพชญ บุญญามณี.  รมช.คมนาคม. ร่วมเปิดงานกาชาดประจำปี 2569.  ณ บริเวณสระบัวสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

//////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ.   นพพร หนูเพชร ปลัดจังหวัดสตูล ให้การต้อนรับ YAB TUAN ABU BAKAR BIN HAMZAHMB ( ตวน อาบู บาการ์ บิน ฮัมซะห์) มุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการซักซ้อมปฏิบัติการเต็มรูปแบบ (Full-Scale Simulation) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการเส้นทางเรือเฟอร์รี่ ตำมะลัง-กัวลาเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีกำหนดเริ่มให้บริการในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

//////////////////////////////////////////

กำลังใจ.   ฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนภาคใต้ นำคณะทำงานลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมร่วมแสดงความเสียใจต่อ ดร.อับดุลการีม สาแม็ง ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน PT สาย 15 รวมถึงพนักงาน ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิง ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เพื่อให้กำลังใจ ณ สถานีบริการน้ำมันพีที ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

//////////////////////////////////////

ประเมิน.   ธราวุธ ช่วยเกิด รอง ผวจ.พัทลุง ในฐานะประธานกรรมการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 พร้อมด้วยคณะกรรมการ ลงพื้นที่ประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ของบ้านหูยาน พร้อมกับประเมินตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของตำบลนาท่อม อำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งตำบลนาท่อม ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ทั้งระดับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข”  ณ ศาลาหมู่บ้านหูยาน ต.นาท่าม อ.เมือง จ.พัทลุง

////////////////////////////////////////////

ปล่อยแถว.   พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมสรรพกำลังตามนโยบาย “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ควบคู่ “แผนปัตตานีสยบภัย 69” เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น มุ่งลดผลกระทบที่คุกคามต่อเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน และปกป้องเยาวชนจากปัญหายาเสพติด ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5  อ.เมือง จ.ปัตตานี

////////////////////////////////////////////////

ร่วมรับฟัง.   พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ประธานสภาเทศบาล รองประธานสภา สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับฟังการนำเสนอผลงาน (Pitching) ของทีมผู้ได้รับรางวัลจากโครงการ Yala Smart Disaster Solution 2026 Hackathon Season 4 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพิจารณาแนวทางการต่อยอดนวัตกรรมสู่การนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครยะลาในอนาคต   ณ ห้องประชุมอรุณสวัสดิ์ สำนักงานนายกเทศมนตรีนครยะลา

///////////////////////////////////////////

มอบเครื่องมือแพทย์.     บริษัท แก้วตาดวงใจ (2546) จำกัด และร้าน The KD House มอบเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) จำนวน 2 เครื่อง มูลค่ารวม 70,000 บาท ให้แก่ทีมหน่วยกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจกู้ชีพกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ จ. ยะลา ณ บริษัทแก้วตาดวงใจ (2546 ) จำกัด เขตเทศบาลนครยะลา

/////////////////////////////////////////

เวทีเสวนา.   ศูนย์ YBC Business Center ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสมาพันธ์ SME ไทย จัดเวทีเสวนา “พลิกเกมเศรษฐกิจ : จากต้นทุนพุ่ง สู่ความได้เปรียบใหม่ของผู้ประกอบการชายแดนใต้” โดยมี ผศ.ดร.สุกฤษตา รักสุจริต คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นประธานเปิดงาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวคิด และแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น ภายในงาน อัยมานน์ อับดุลลาเต๊ะ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ยะลลา ภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ลานเอเทรียม ชั้น 1 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

///////////////////////////////////////////////

เปิดงาน.   ดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน “ราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “คลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล” พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยมีดีกว่าที่คิด”โดยมี ผศ.ดร.ศิริชัยนามบุรี อธิการมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา กล่าวต้อนรับ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

///////////////////////////////////////////

เปิดโครงการ.   มูฮัมหมัดซัยฟูดีน ดอเลาะ นายก อบต.โคกเคียน เปิดโครงการ “ร้านสะอาด รสชาติอร่อย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี อาหะหมัด  บินดาโอะ ประธานสภาฯ, กำนันตำบลโคกเคียน, ผู้นำศาสนา, ผอ.รพ.สต.โคกเคียน, ผอ.รพ.สต.บือราเป๊ะ, ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะทำงาน ตลอดจนผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้จำหน่ายอาหาร เข้าร่วมรับการอบรมอย่างอบอุ่น ในโอกาสนี้ อบต.โคกเคียน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร้านสะอาด รสชาติอร่อย ระหว่าง อบต.รพ.สต. และ เครือข่าย ณ ห้องประชุมโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส

/////////////////////////////////////////////

ร่วมประขุม.    มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา มอบหมายให้ ซูไวดา มะแซ ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดยะลา เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยมีคณะกรรมการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมยาลอ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จ.ยะลา

/////////////////////////////////////////////////

เปิดงานครบรอบ 50 ปี โรงเรียน กัลยาณี รัตนบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นประธานเปิดงาน 50 ปีแห่งความผูกพัน ร่วมพัฒนาการศึกษา  สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ณ โรงเรียนบ้านบางด้วน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยมี ปภาสิภัค แดงเจย์  ผอ.โรงเรียนกล่าวรายงาน

////////////////////////////////////////////

ติดตามโครงการ.     ผู้ตรวจสำนักนายกฯ พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง เป็นประธานการประชุมกรรมการฯ โดยมี ป.ป.ช.จ.ตรัง  ส.ต.ง.จ.ตรัง และ ป.ป.ท.ภาค 9 พร้อมลงพื้นที่ติดตาม โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการ พร้อมครุภัณฑ์ ณ.ห้องประชุมมหาวิทยาลัยการกีฬา วิทยาเขตตรัง ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ในงบประมาณ 45,488,000 บาท

/////////////////////////////////////////////

บูรณาการ.  ณ ห้องประชุมเป็นธรรม ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง บัณฑิต คณะสุวรรณ ผอ.ป.ป.ช.จ.ตรัง เป็นประธานในการประชุมการบูรณาการ ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 โดยมี ด่านชั่ง ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร แขวงการทางตรัง แขวงการทางชนบทตรัง ชมรมตรังต้านโกง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

////////////////////////////////////////////////

รับทราบข้อกล่าวหา.   เกรียงไกร คมขำ ผู้นำภาคประชาชนสงขลา เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่ง อบจ.สงขลา แจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ. ณ.สภ.เมืองสงขลา โดยมีทีมงานร่วมให้กำลังใจ ณ สภ.เมืองสงขลา

//////////////////////////////////////////////