บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กลับมามีส่วนร่วมกับเมียนมาอีกครั้ง มีความเสี่ยงต่อการให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารเมียนมา และบ่อนทำลายแผนการของกลุ่มระดับภูมิภาค ที่จะยุติความรุนแรงในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
รมว.การต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียน พบหารือกับนักการทูตระดับสูงของเมียนมา ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพบปะแบบตัวต่อตัวครั้งแรก นับตั้งแต่การรัฐประหารของกองทัพเมียนมาในปี 2564 และความขัดแย้งที่ตามมา ทำให้รัฐบาลทหารถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของอาเซียน
เจ้าหน้าที่รัฐกล่าวว่า การประชุมในวันอาทิตย์เป็นโอกาสสำหรับเมียนมา เพื่อแจ้งให้ประเทศเพื่อนบ้านทราบถึงสถานการณ์ภายในประเทศ แต่นายริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำเอเชีย จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) กล่าวว่ามีความเสี่ยงที่การประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกในการทำให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น
“มันจะเป็นความผิดพลาดสำหรับอาเซียน ในการยอมรับเมียนมากลับเข้ามา โดยไม่ได้รับสิ่งใดที่มีความหมายเป็นการตอบแทน” ฮอร์ซีย์ กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง การประชุมดังกล่าวถือเป็นการทดสอบว่า อาเซียนจะยึดมั่นในกรอบสันติภาพของตนเองหรือไม่ หรือจะอนุญาตให้ผู้นำที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมา กลับมามีจุดยืนในระดับภูมิภาค โดยปราศจากขั้นตอนที่มีความหมายในการยุติความขัดแย้ง เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมือง รวมถึงนางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมา หรือการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ
ด้านนักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า อาเซียนอาจยอมอ่อนข้อให้รัฐบาลเนปิดอว์มากเกินไป และกำลังสูญเสียอำนาจต่อรองในการเจรจา
“คำถามสำคัญคือ อาเซียนจะยึดมั่นในกรอบการทำงานที่ตกลงกันไว้ หรือจะอนุญาตการมีส่วนร่วมกับรัฐบาลทหารเมียนมาอีกครั้ง โดยไม่ต้องมีการดำเนินการตาม ‘ฉันทามติ 5 ข้อ’ อย่างมีความหมาย” นายเย มโย เฮน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันสันติภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศของไทย กล่าวว่า การเจรจาที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าอาเซียนจะละทิ้งจุดยืนเดิม
“กระบวนการมีส่วนร่วมนี้ไม่ได้หมายความว่า จุดยืนพื้นฐานของเราที่สะท้อนอยู่ในฉันทามติ 5 ข้อ จะเปลี่ยนแปลงไป แต่มันหมายถึงการมุ่งสู่การมีส่วนร่วม การรับฟัง และความเป็นจริงเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถบรรลุได้” สีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งก่อนถึงเวลาอันสมควร จะทำให้ความสามารถของอาเซียนในการดำเนินการตามแผนสันติภาพ และอิทธิพลต่อรัฐบาลทหารเมียนมา อ่อนแอลง
“เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาได้รับความชอบธรรมในระดับภูมิภาคตามที่ต้องการ โดยไม่บรรลุเงื่อนไขที่สำคัญใด ๆ อาเซียนจะมีเครื่องมือน้อยลง ในการสนับสนุนการปฏิบัติตามฉันทามาติ 5 ข้อ หรือส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองอย่างแท้จริง” นายเย มโย เฮน กล่าวทิ้งท้าย.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



