บางครั้งการแบ่งปันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต ไม่ต้องมีถ้อยคำสวยหรู หรือมีสิ่งของราคาแพง เพียงแค่ทำให้ใครสักคนได้กินอิ่ม ได้ประหยัดเงินในกระเป๋าลงอีกเล็กน้อย และกลับบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม สิ่งเล็กๆ นั้นก็อาจมีความหมายมากกว่าที่คิด
ที่ตลาดสดเทศบาลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีร้านข้าวแกงเล็กๆ ร้านหนึ่งที่เลือกใช้ “อาหาร” เป็นภาษาของการให้ และทำเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องถึง 12 ปี
ร้านข้าวแกงมัณฑนา ของ นางมัณฑนา พุ่มพงษ์ อายุ 55 ปี และครอบครัว จัดกิจกรรมพิเศษเพียงปีละ 1 ครั้ง ด้วยการนำข้าวแกงทุกเมนูมาจำหน่ายในราคาเพียง 10 บาท จากราคาปกติถุงละ 30-50 บาท ที่สำคัญคือ ซื้อได้ไม่จำกัดจำนวน และยังคงตักอาหารให้ในปริมาณเท่าเดิม ไม่ลดคุณภาพ ไม่ลดความอิ่ม
นี่จึงไม่ใช่เพียง “วันลดราคา” แต่เป็นวันที่คนขายตั้งใจคืนกำไรให้กับลูกค้า และเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้คนในชุมชนได้มาร่วมรับความสุขจากการแบ่งปัน

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ตลาดสดเทศบาลหนองฉาง เต็มไปด้วยบรรยากาศที่แตกต่างจากทุกวัน ผู้คนทยอยเดินทางมาที่ร้านข้าวแกงมัณฑนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าประจำและประชาชนทั่วไปต่างแวะเวียนมาเลือกซื้ออาหารกลับไปฝากคนในครอบครัว
บางคนซื้อ 3 ถุง บางคนเลือก 5 ถุง ขณะที่หลายคนซื้อกลับบ้านถึง 10 ถุง เพราะในราคาเพียง 10 บาทต่อถุง ทุกคนสามารถเลือกเมนูที่ชอบและซื้อได้ตามต้องการ

หน้าร้านจึงเต็มไปด้วยภาพของผู้คนที่ยืนรออาหาร พนักงานช่วยกันตักกับข้าวกันอย่างขะมักเขม้นจนแทบไม่ทัน แต่ท่ามกลางความเร่งรีบนั้นกลับมีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มเกิดขึ้นตลอดเวลา
เมนูที่นำมาแบ่งปันมีมากกว่า 15 เมนู และไม่ใช่เพียงเมนูธรรมดา แต่เป็นอาหารยอดนิยมที่ลูกค้าคุ้นเคยและชื่นชอบ ทั้งต้มพะโล้ ต้มกระดูกหมูผักกาดดอง ยำไส้อ่อน แกงฟักทอง ผัดหอยลายใส่กุ้ง ลาบหมู ต้มแซ่บ ต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน รวมถึงปลาทอดทั้งตัว และอาหารทะเลอย่างกุ้ง ปลาหมึก และหอย
ทุกอย่างยังคงคุณภาพและปริมาณเช่นเดียวกับวันที่ขายในราคาปกติ
เพราะสำหรับครอบครัวพุ่มพงษ์แล้ว เมื่อบอกว่าจะขายในราคา 10 บาท ก็อยากให้คนที่มาซื้อได้รับอาหารที่คุ้มค่าและอิ่มเหมือนเช่นทุกวัน

เบื้องหลังกิจกรรมนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของตัวเลขว่าอาหารหนึ่งถุงลดจาก 30-50 บาท เหลือ 10 บาท แต่มีความตั้งใจที่จะทำให้คนในชุมชนได้มีโอกาสเข้าถึงอาหารดีๆ ในราคาที่ทุกคนจ่ายไหว
ลูกชายของ นางมัณฑนา พุ่มพงษ์ เล่าว่า ครอบครัวจัดกิจกรรมนี้เพียงปีละ 1 ครั้ง และทำต่อเนื่องมาแล้ว 12 ปี โดยมีความตั้งใจช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และแบ่งปันความสุขให้กับทุกคน
ในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพยังเป็นภาระของหลายครอบครัว เงินจำนวนไม่กี่สิบบาทอาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่สำหรับบางคน เงินที่ประหยัดได้จากอาหารหนึ่งมื้ออาจถูกนำไปใช้กับสิ่งจำเป็นอื่นในครอบครัว
การขายข้าวแกง 10 บาทจึงอาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิตใครทั้งชีวิต แต่สามารถช่วยให้ใครบางคนเบาภาระลงได้ในวันหนึ่ง
และบางที นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำว่า “การแบ่งปัน”

ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมของร้านข้าวแกงมัณฑนาอาจเป็นเพียงหนึ่งวันในหนึ่งปี แต่สำหรับผู้คนที่รอคอยกิจกรรมนี้ วันดังกล่าวกลับมีความหมายไม่น้อย
มันเป็นวันที่ลูกค้าประจำได้กลับมารับความสุขจากร้านเดิม เป็นวันที่คนในชุมชนได้ซื้ออาหารกลับไปฝากคนที่บ้านมากขึ้น และเป็นวันที่คนซึ่งอาจต้องคิดหนักกับค่าใช้จ่ายในแต่ละมื้อ สามารถเลือกซื้ออาหารได้อย่างสบายใจขึ้น
ขณะเดียวกัน สำหรับคนขาย นี่คือวันที่ได้เห็นสิ่งที่มีอยู่ในมือถูกส่งต่อไปยังคนอื่นในราคาที่แทบไม่เหลือกำไร
แต่สิ่งที่ได้กลับมาอาจมีค่ามากกว่ากำไรจากการขาย
คือรอยยิ้ม คำขอบคุณ และความรู้สึกว่าอาหารที่ทำด้วยความตั้งใจได้ส่งต่อความสุขให้กับผู้คน
“คนให้อิ่มใจ คนรับอิ่มท้อง” จึงไม่ใช่เพียงคำสวย ๆ สำหรับกิจกรรมนี้ แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงระหว่างคนขายกับคนซื้อ

เรื่องราวของร้านข้าวแกงมัณฑนา อาจทำให้เห็นว่า การแบ่งปันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีทรัพย์สินมากมาย หรือรอให้ตัวเองพร้อมที่สุด
ครอบครัวหนึ่งสามารถเลือกแบ่งปันจากสิ่งที่ตัวเองมี จากอาหารที่ทำขายทุกวัน จากความสามารถที่มี และจากกำลังที่พอจะแบ่งออกมาได้ปีละหนึ่งครั้ง
12 ปีที่ผ่านมา การขายข้าวแกง 10 บาทจึงกลายเป็นธรรมเนียมเล็กๆ ที่ครอบครัวพุ่มพงษ์ตั้งใจรักษาไว้
ไม่ใช่เพราะต้องการให้ใครจดจำว่าพวกเขาเคยทำอะไร แต่เพราะอยากให้คนที่เดินเข้าร้านในวันนั้นได้กลับบ้านไปพร้อมความรู้สึกดีๆ

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายและเรื่องให้ต้องกังวล การมีใครสักคนยื่นมื้ออาหารราคาถูกให้โดยไม่จำกัดจำนวน อาจเป็นความเมตตาเล็กๆ ที่ช่วยให้วันหนึ่งของใครบางคนง่ายขึ้น
และเมื่อความสุขถูกแบ่งออกไปจากหนึ่งคน สู่ครอบครัวหนึ่งครอบครัว แล้วส่งต่อไปยังผู้คนอีกหลายร้อยคน ความสุขนั้นก็ยิ่งเติบโต
12 ปีของข้าวแกง 10 บาท จึงไม่ใช่เรื่องของการขายอาหารราคาถูกเพียงวันเดียว หากแต่เป็นเรื่องของหัวใจที่เลือก “ให้” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปีละหนึ่งครั้งอาจดูเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในวันนั้น อาจอยู่ในใจของทั้งคนให้และคนรับไปอีกนาน
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่อิ่มที่สุดอาจไม่ใช่เพียงท้องของคนที่ได้รับอาหาร หากยังเป็นหัวใจของคนที่ได้มีโอกาสแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นด้วย.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “จุติภรณ์ กำเนิดเวช” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.อุทัยธานี
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..



