การผลักดันของฝรั่งเศส ในการดึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศมาผลิตโดรนทางทหาร ก้าวไปสู่การดำเนินการทางอุตสาหกรรมแล้ว โดยความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ และบริษัทด้านการป้องกันประเทศ นำบทเรียนจากสงครามในยูเครน มาประยุกต์ใช้เป็นสายการผลิตที่ใช้งานได้จริง
นับตั้งแต่ต้นปี ฝรั่งเศสประกาศความร่วมมือระหว่างภาคส่วนกลาโหมและยานยนต์อย่างน้อย 6 โครงการ ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส พยายามที่จะผสมผสานขนาด ระบบอัตโนมัติ และการควบคุมต้นทุนของภาคส่วนรถยนต์ของฝรั่งเศส เข้ากับหนึ่งในภาคส่วนเทคโนโลยีทางทหารที่เติบโตเร็วที่สุด นั่นคือ “โดรน”
การใช้โดรนของยูเครนและรัสเซีย เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำสงคราม และกระตุ้นฝรั่งเศสและประเทศพันธมิตรในยุโรป ให้ความสำคัญกับการผลิตโดรน ในขณะที่แรงกดดันจากรัฐบาลวอชิงตันต่อยุโรป ให้เพิ่มขีดความสามารถทางทหาร ยิ่งเพิ่มความเร่งด่วนในการดำเนินการ
โครงการต่าง ๆ บ่งชี้ว่า ฝรั่งเศสกำลังสร้างฐานอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตโดรนได้หลายหมื่นลำต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทสตาร์ตอัปด้านการป้องกันประเทศทำสำเร็จเพียงลำพังได้ยาก
แม้เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส ไม่ได้คาดการณ์ถึงความจำเป็นในระยะใกล้ ที่จะต้องใช้โดรนจำนวนมากในน่านฟ้าเหนือฝรั่งเศส แต่พวกเขากล่าวว่า ฝรั่งเศสต้องเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้ง
“เป้าหมายคือการทำให้ฝรั่งเศสมีความสามารถในการผลิตโดรนอย่างรวดเร็ว และเพิ่มกำลังการผลิตหากเกิดวิกฤติขึ้น” เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส กล่าวเพิ่มเติม โดยรายงานเดือน ก.ค. ของคณะกรรมการกลาโหมของวุฒิสภาฝรั่งเศส ระบุว่า จำนวนโดรนของฝรั่งเศสที่มีอยู่เพียงไม่กี่พันลำนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
บริษัท วาเลโอ ระบุว่าจะผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับโดรนในฝรั่งเศส ให้กับบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ “ฮาร์มัตตัน เอไอ” ในขณะเดียวกัน บริษัท ฟอร์เวีย เปิดเผยความร่วมมือกับบริษัทกลาโหมของยุโรปที่เชี่ยวชาญด้านระบบต่อต้านโดรนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และกำลังพิจารณาแผนสร้างกำลังการผลิตในฝรั่งเศส เพื่อผลิตโดรนสกัดกั้น 1,000 ลำต่อเดือน
นอกจากนี้ บริษัท เรโนลต์ ก็ร่วมมือกับบริษัท ทาเลส ในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเร่งการผลิตโดรนพลีชีพ “ตูทาติส” (Toutatis) โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ลำต่อเดือน ตั้งแต่ปี 2570 อีกทั้งบริษัท เดแลร์ ยังร่วมมือกับบริษัท แชฟฟ์เลอร์ ของเยอรมนี ในเดือนเดียวกัน เพื่อจัดตั้งสายการผลิตในฝรั่งเศสที่สามารถผลิตโดรนได้ประมาณ 100 ลำต่อวัน ภายในเดือน พ.ย.นี้
หากแผนการที่ประกาศโดยเรโนลต์ แชฟฟ์เลอร์ และฟอร์เวีย สามารถทำได้จริง ผลผลิตโดรนรวมอาจสูงถึง 60,000 ลำต่อปี แม้ในสถานการณ์ความขัดแย้ง จำเป็นต้องใช้โดรนจำนวนมากกว่านี้ก็ตาม
กระนั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสกล่าวว่า ความท้าทายคือการเพิ่มกำลังการผลิต โดยไม่สร้างคลังแสงที่อาจล้าสมัยในไม่ช้า ซึ่งนายปาทริซ เคน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของทาเลส กล่าวว่า โดรนเป็น “วัตถุที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว” ภายใต้แรงผลักดันของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ด้านนายเซบาสเตียน เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ให้คำมั่นว่าจะลงทุน 150 ล้านยูโร (ราว 5,715 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาภาคส่วนโดรนโดยเฉพาะเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่นายอ็องตวน เลอเวล หัวหน้าสมาคมอุตสาหกรรมโดรนของฝรั่งเศส กล่าวว่า เยอรมนีนำหน้าฝรั่งเศสในด้านการลงทุนสำหรับโดรนพิสัยใกล้ และคำสั่งซื้อยังคงไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



