สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ เตรียมพ้นจากตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาว ในช่วงสิ้นเดือนนี้

ทรัมป์กล่าวชื่นชมเลวิตต์ ว่าเป็นผู้นำอย่างแท้จริงและทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมยกย่องว่า เป็นหนึ่งในโฆษกทำเนียบขาวดีที่สุดในประวัติศาสตร์

ขณะที่เลวิตต์ กล่าวว่า การทำงานในทำเนียบขาวถือเป็น “เกียรติและการผจญภัยครั้งหนึ่งในชีวิต” หลังจากนี้ เธอจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารจากภายนอก โดยยังคงมีบทบาทในพรรครีพับลิกัน เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคตของขบวนการ “เมค อเมริกา เกรต อะเกน” หรือ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่” ของทรัมป์

เธอระบุด้วยว่า ต้องการใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น หลังเพิ่งให้กำเนิดทายาทคนที่าอง เป็นบุตรสาว เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา และกลับมาทำงานหลังลาคลอดไม่นาน

ทั้งนี้ เลวิตต์เข้าร่วมทีมหาเสียงของทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2567 และทำหน้าที่โฆษกในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หลังจากนั้น ทรัมป์แต่งตั้งให้เลวิตต์ดำรงตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาว ซึ่งการที่เลวิตต์มีอายุเพียง 28 ปี ทำให้เธอสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดซึ่งได้รับตำแหน่งดังกล่าว

ตลอดระยะเวลาราว 1 ปีครึ่ง เลวิตต์ และนายสตีเวน จาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ร่วมกันปรับเปลี่ยนแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ต่อสื่อมวลชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มมีการคัดเลือกผู้สื่อข่าวที่จะได้รับสิทธิเข้าถึงประธานาธิบดีเอง แทนระบบเดิม ซึ่งสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวเป็นผู้จัดสรร

นอกจากนี้ ฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวยังเพิ่มที่นั่งสำหรับ “สื่อใหม่” ในห้องแถลงข่าว เพื่อเปิดทางให้สื่อดิจิทัลได้มีโอกาสเข้ามาทำข่าวมากขึ้น ซึ่งฝ่ายสนับสนุนมองว่า เป็นการสะท้อนการปฏิรูปวงการสื่อ แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า “เป็นรางวัล” ให้กับสื่อใหม่ที่นำเสนอข่าวเข้าข้างรัฐบาลเท่านั้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS