สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ เตรียมพ้นจากตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาว ในช่วงสิ้นเดือนนี้
ทรัมป์กล่าวชื่นชมเลวิตต์ ว่าเป็นผู้นำอย่างแท้จริงและทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมยกย่องว่า เป็นหนึ่งในโฆษกทำเนียบขาวดีที่สุดในประวัติศาสตร์
ขณะที่เลวิตต์ กล่าวว่า การทำงานในทำเนียบขาวถือเป็น “เกียรติและการผจญภัยครั้งหนึ่งในชีวิต” หลังจากนี้ เธอจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารจากภายนอก โดยยังคงมีบทบาทในพรรครีพับลิกัน เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคตของขบวนการ “เมค อเมริกา เกรต อะเกน” หรือ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่” ของทรัมป์
BREAKING: Karoline Leavitt is reportedly set to leave the White House by the end of the month, stepping away from one of the most visible roles in the Trump administration.
— Fox News (@FoxNews) August 12, 2026
The move comes months after Leavitt welcomed her second child and took maternity leave before returning to… pic.twitter.com/PefHruGBt1
เธอระบุด้วยว่า ต้องการใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น หลังเพิ่งให้กำเนิดทายาทคนที่าอง เป็นบุตรสาว เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา และกลับมาทำงานหลังลาคลอดไม่นาน
ทั้งนี้ เลวิตต์เข้าร่วมทีมหาเสียงของทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2567 และทำหน้าที่โฆษกในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หลังจากนั้น ทรัมป์แต่งตั้งให้เลวิตต์ดำรงตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาว ซึ่งการที่เลวิตต์มีอายุเพียง 28 ปี ทำให้เธอสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดซึ่งได้รับตำแหน่งดังกล่าว
ตลอดระยะเวลาราว 1 ปีครึ่ง เลวิตต์ และนายสตีเวน จาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ร่วมกันปรับเปลี่ยนแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ต่อสื่อมวลชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มมีการคัดเลือกผู้สื่อข่าวที่จะได้รับสิทธิเข้าถึงประธานาธิบดีเอง แทนระบบเดิม ซึ่งสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวเป็นผู้จัดสรร
นอกจากนี้ ฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวยังเพิ่มที่นั่งสำหรับ “สื่อใหม่” ในห้องแถลงข่าว เพื่อเปิดทางให้สื่อดิจิทัลได้มีโอกาสเข้ามาทำข่าวมากขึ้น ซึ่งฝ่ายสนับสนุนมองว่า เป็นการสะท้อนการปฏิรูปวงการสื่อ แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า “เป็นรางวัล” ให้กับสื่อใหม่ที่นำเสนอข่าวเข้าข้างรัฐบาลเท่านั้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



