ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ เมื่อสำนักงาน ปปง. เตรียมประกาศข้อมูลและรายละเอียดพฤติการณ์ทางคดีของเหล่าบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  ผ่านราชกิจจานุเบกษา แจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับคืนเงิน ภายใน 90 วัน นับแต่วันประกาศ

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ชวนทำความรู้จักกฎหมายต้นทางอย่าง “พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค.66 กฎหมายที่นำมาสู่การจัดทำ “กฎกระทรวงการคืนเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569” ตามมา

กฎหมายต้นทางสกัดมิจฉาชีพออนไลน์

พ.ร.ก.มาตรการป้องกันฯ  มีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้ถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สิน ผ่านโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งพบว่าแต่ละวัน มีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมาก และมีมูลค่าความเสียหายสูง  เพื่อให้หน่วยงานและธนาคารทุกแห่ง ร่วมกันกำหนดมาตรการดูแลประชาชนจากการหลอกโอนเงิน และรับมือการหลบเลี่ยงตรวจสอบธุรกรรมผ่านบัญชีม้า

สำหรับพฤติการณ์ทางคดีความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันฯ คือ การกระทำหรือพยายามกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์  หรือกระทำความผิดฐานฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ  เช่น รับจ้างเปิดบัญชี หรือเป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาซื้อขายบัญชี เพื่อเป็นบัญชีม้า  หรือกระทั่งฟอกเงิน โดยนำเงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมาย  มาโอนผ่านหลายบัญชี  เพื่อทำให้ดูเหมือนเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย

ลดขั้นตอน ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด

เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจ และทวงคืนเงินที่เสียไปจากการหลอกลวง เป็นที่มาให้เกิดกฎกระทรวงการคืนเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569  ที่มีเป้าหมายทุเลาทุกข์และเร่งเยียวยา  ที่ลดขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องรอให้คดีความผิดมูลฐานมีคำพิพากษาศาลถึงที่สุด  เพียงแค่พิสูจน์ด้วยหลักฐานการโอนเงิน และการร้องทุกข์กล่าวโทษจนเป็นคดีอาญา ก็สามารถ“เปิดประตูบานแรก”ขอรับเงินคืนได้แล้ว

เปิดขั้นตอนร้องขอคืนเงิน

ตามข้อมูลปปง. ขั้นตอนยื่นคำร้องตามกฎกระทรวงการคืนเงินฯ มีขอบเขตดำเนินการต่อทรัพย์สิน ได้แก่ บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันฯ ประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่ยังคงค้างในระบบก่อนหน้านี้ และล้วนเป็นทรัพย์สินที่ยังไม่มีการแปรสภาพ

กล่าวโดยเข้าใจง่าย ๆ คือตัวเงินที่อยู่ในบัญชี ซึ่งตามหลักการบังคับใช้กฎหมายคืนเงินแก่ผู้เสียหาย จะเริ่มต้นในวันที่ 12 ส.ค.69 ด้วยการที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ตรวจพบหรือได้รับการร้องทุกข์ หรือรายงานการกระทำผิดและได้ยึดและอายัดเงิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัล  ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรม เพื่อให้ ปปง. ตรวจสอบ กลั่นกรองรายละเอียดอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของกฎกระทรวงการคืนเงินฯหรือไม่

จากนั้นจึงจะประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจาฯ เพื่อแจ้งผู้เสียหายเข้ายื่นคำร้องตามกรอบเวลา  90 วัน นับแต่วันได้ประกาศ กรณีทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจน ปปง.จะแจ้งให้ผู้เสียหายทราบโดยตรงอีกทางด้วย

“เพื่อความกระชับฉับไวในการคืนเงินได้ประสาน ศปปง.ตร.แล้วว่าจะเริ่มต้นด้วยการพิจารณาคดีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป เพื่อนำร่องคดีตัวอย่าง ที่พิสูจน์ได้ว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถคืนเงินได้รวดเร็ว ลดขั้นตอนที่จะต้องรอให้คดีหลักมีคำพิพากษาศาลถึงที่สุด”

ความแตกต่างคืนเงินเดิม-ใหม่

ข้อกังวลที่อาจสับสน การคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายหลักเดิม จะแตกต่างหรือตัดสิทธิในคดีที่ได้เงินคืนจากกฎกระทรวงฉบับใหม่หรือไม่  เรื่องนี้ ปปง.อธิบายว่า  เงินที่ผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะมาขอรับคืนตามกฎกระทรวงใหม่ จะเป็นตัวเงินในบัญชีที่เจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันฯ ซึ่งรวมเป็นเงินคงค้างในระบบยอดประมาณ 4,000 ล้านบาท

กรณีหากตรวจพบว่าทรัพย์สินดังกล่าวถูกแปรสภาพไปเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น รถ บ้าน ที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ต้องคุ้มครองสิทธิตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 คือ กระบวนการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายดังกล่าวจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งมีอัยการ และศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง

สำหรับขั้นตอนตรวจสอบคำร้องขอคืนเงินตามกฎกระทรวงฉบับใหม่  เมื่อปปง.ตรวจสอบคำร้อง หรือคำร้องคัดค้านของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรม(บอร์ดธุรกรรม) ให้มีคำสั่งคืนเงิน ซึ่งปกติจะสิ้นสุดในชั้นนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจขึ้นสู่การพิจารณาของศาลได้ หากผู้เสียหายไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของบอร์ดธุรกรรม และยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน

หากยังไม่พอใจผลคำวินิจฉัยศาลแพ่ง ก็ยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด  ซึ่งในการพิจารณาของบอร์ดธุรกรรม กฎหมายให้ความเป็นธรรมทั้งผู้เสียหายในคดี และเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงิน โดยให้โอกาสชี้แจงเต็มที่

และในกรณีบอร์ดธุรกรรมมีคำสั่งให้คืนเงิน แต่ผู้เสียหายยังได้รับ“ไม่เต็มจำนวน”ความเสียหาย การขอคืนเงินตามกฎกระทรวงฉบับใหม่  ก็ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิในส่วนของ“การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ

“ขอให้ผู้เสียหายไม่ต้องเป็นกังวล และเมื่อบอร์ดธุรกรรม หรือศาลมีคำสั่งให้คืนเงินแล้ว หากไม่มีผู้โต้แย้ง ปปง. จะคืนเงินให้โดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้เสียหายที่ได้แจ้งโดยเร็ว” .    

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน