สั่งสมประสบการณ์และรับใช้ชาติมาหลายปี บิ๊กทิน  สุทิน บัวตูม รับรองว่าคนกีฬาล้วนรู้กันดี เขาเคยเป็นผู้จัดการทีมฟุตซอลทีมชาติไทย (ประเภทชาย) โชว์ผลงานนำพานักกีฬาก้าวสู่ระดับแนวหน้าได้อย่างสายฟ้าแลบ ปัจจุบันเป็นประธานสมาคมฟุตซอลทีมชาติไทย

โชว์พระเบญจภาคีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

สุทิน บัวตูม เป็นชาว จ.นครสวรรค์ เป็นเหลนของพันตำรวจเอก พระกล้ากลางสมร อดีตมือปราบชื่อดังและอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เคยเป็นนักธุรกิจด้านโรงแรมในสหรัฐอเมริกา ก่อนบินลัดฟ้ากลับประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการด้านการข่าวกรองเพื่อต่อต้านการทุจริต ป.ป.ช. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2564 เป็นอนุกรรมการสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีภายใต้กำกับดูแลของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และเคยเป็นอนุกรรมการด้านความมั่นคง ในคณะกรรมาธิการทหาร วุฒิสภา รวมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์ มงกุฎไทย ซึ่งเสนอโดย สำนักงาน ป.ป.ช. และด้วยความที่มีใจรักในกีฬาอยู่แล้วและได้รับการชักชวนจาก “พี่ป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ (อดีตผู้จัดการทีมฟุตซอลทีมชาติไทย) ตัดสินใจรับทำหน้าที่ในทันที โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดคือพาฟุตซอลทีมชาติไทยไปสู่แชมป์โลกในอนาคต

วัยเด็กผมเกิดทันคุณทวด ตอนนั้นท่านเกษียณอายุราชการ มีชีวิตเรียบง่ายไม่อวดบารมีกับใครและมีความเมตตาสูง ประวัติที่น่าสนใจของคุณทวดคือ เคยมอบดาบแดงเหล็กน้ำพี้อาวุธคู่ใจปราบโจรผู้ร้ายให้ พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช จนได้รับฉายามือปราบดาบแดง สิ่งหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากคุณทวดมาด้วยคือ ชอบทำบุญและศรัทธาในพระพุทธศาสนา รวมทั้งมีพระเครื่องหลากหลายที่ตกทอดเป็นมรดก ผมไม่ใช่เซียน อาศัยความรู้สึก ประสบการณ์ที่เจอกับตัวเอง สิ่งเหล่านี้มีคุณค่ายึดเหนี่ยวจิตใจมีเรี่ยวแรงทำงานรับใช้สังคม รับใช้บ้านเมือง ชอบพระแล้วมีแต่สิ่งดี ๆ

บิ๊กทิน ยังกล่าวตบท้ายด้วยว่า มูลค่าของพระเครื่องไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าทางจิตใจ จะห้อยพระแท้พระเก๊ไม่เป็นไร อยู่ที่เราศรัทธา หากมีความเชื่อมั่นตั้งใจทำความดี สิ่งดี ๆ ก็จะเข้ามาในชีวิตเอง.