น่าติดตาม…“ฉากทัศน์แบ่งสีแบ่งไทย?”
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการ นิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 …ช่วงเวลาที่ในไทย “แบ่งสีแบ่งไทย” อย่างรุนแรง
ยุค “แบ่งสีแบ่งไทย” อย่างรุนแรง อัน “สืบเนื่องจากการเมือง” ก่อเกิดผลกระทบทางลบมากมายต่อประเทศไทย ต่อสังคมไทย ต่อประชาชนคนไทย…ไม่ว่าจะเลือกสี-ไม่เลือกสี ดังที่ทราบ ๆ…ดังที่ตระหนักกันโดยถ้วนทั่ว
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นี่มีรายงานข่าวไปแล้ว คอลัมน์ “พิสัยไกร” ขอไม่ลงรายละเอียด พ.ร.บ. แต่ขอสะท้อนถึง “ประเด็นสำคัญต่อประเทศไทย ต่อสังคมไทย ต่อประชาชนคนไทย” นั่นคือ…
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กฎหมายนี้ตราขึ้น เพื่อเป็นการให้โอกาสกับประชาชนและสังคมไทยที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยความสมัครสมานสามัคคีปรองดองของคนในชาติ อีกครั้ง
อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย อัน จะทำให้สังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุขและร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความเจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืน สืบไป…
น่าติดตาม…“ผลที่จะเกิดจาก พ.ร.บ. นี้”
อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นเพิ่มเติมที่คอลัมน์ “พิสัยไกร” ขอชวนคุยชวนคิด คือ… พอประเทศไทยมี พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข แล้ว ก็ย่อมจะมีเสียงว่าอย่างนั้นว่าอย่างนี้ปรากฏออกมาเรื่อย ๆ ซึ่ง ประชาชนคนไทยจะต้องไตร่ตรองกันดี ๆ…อย่าให้กฎหมายสร้างสันติดังกล่าวนี้กลายเป็นสิ่งที่ถูกฉกฉวยใช้เพื่อหาประโยชน์ทางการเมือง!!
ย้อนไปในช่วงที่ประเทศไทยกลายเป็นยุค “แบ่งสีแบ่งไทย” อย่างรุนแรง ศึกการเมืองทำไทยลุกเป็นไฟ เคยมีเสียงประชาชนเสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งสะท้อนกับผู้เขียนคอลัมน์ “พิสัยไกร” ไว้ “น่าคิด” บางช่วงบางตอนมีว่า…
“…ฝ่ายมีอำนาจ (ทางการเมือง)…ก็ต้องการปกป้องให้ตัวเองอยู่ในอำนาจให้ยาวนาน ฝ่ายต่อต้าน…ก็หวังได้อำนาจมาครอง เป็นเรื่องเก่า น้ำเน่ายิ่งกว่านิยาย มันเป็นพิษร้ายที่สาดใส่ประชาชน และสังคม ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน และจิตใจ เสมอมา…” ก็… อย่าให้พิษร้ายระบาดอีก!!
โดย…นอกจากประชาชนทั่วไป ผู้มีอำนาจหน้าที่ตาม “พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข” จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จะต้องเร่งทำให้เกิดสัมฤทธิผลตามเจตนารมณ์กฎหมาย อย่างยุติธรรมโดยแท้จริง
น่าติดตาม…“พ.ร.บ. ที่ใช้หยุดแบ่งไทย”
“จะมีใครหน้าหนาใช้หาประโยชน์มั้ย?”.
‘ไกรเลิศ’



