เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ผมอายุ 57 ปี สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ แต่ดื่มกาแฟวันละ 1 กระป๋อง เรียกได้ว่าสุขภาพร่างกายไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มีปัญหาในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาก็คืออาวุธสำคัญประจำตัวไม่ค่อยแข็งและบางทีก็ไม่แข็งตัวเลย ทั้งที่ตื่นนอนตอนเช้ามันยังแข็งตัวได้ดี แต่พอจะมีอะไรกับแฟนมันกลับไม่แข็งตัว เพราะอยากให้มันแข็งตัวเหมือนตอนเช้า บางครั้งเคยไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ลองเปลี่ยนคู่นอนเป็นเด็กสาววัยเอ๊าะ ๆ ก็เหมือนเดิมอีกคือไม่แข็งตัวไม่ยอมสู้ ทั้ง ๆ ที่ใจสู้เกินร้อย ลองมาหลายครั้งมันก็เหมือนเดิมทุกที จึงอยากมารับการรักษาจากคุณหมอ
ด้วยความนับถือ
อาวุธ 57
ตอบ อาวุธ 57
ปัญหาทางเพศของชายวัย 57 ปี คืออวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัว และคงตัวไว้ได้ในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบได้มากในผู้สูงอายุ ปัจจัยที่ทำให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวนั้นมีหลายปัจจัย เช่น ระบบหลอดเลือด ระบบประสาท ฮอร์โมน และด้านจิตใจ ทุกอย่างต้องครบจึงจะมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศเกิดขึ้นได้ การที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็จะทำให้แข็งตัวได้ไม่ดี หรือไม่แข็งตัวเลยในบางครั้ง การมีสุขภาพแข็งแรงดีอาจเกิดอาการอีดีขึ้นได้เป็นครั้งคราว เพราะความไม่พร้อมของร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความวิตกกังวลทางจิตใจ ถ้าดูแลสุขภาพดีแล้วแต่ยังมีอาการอยู่ คงต้องตรวจหาสาเหตุโดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
โดยส่วนมากแล้วมักจะมีปัจจัยทางด้านร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แต่ไม่เคยได้รับการตรวจมาก่อนเพราะคิดว่าตัวเองไม่เป็น สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพ รวมทั้งภาวะพร่องฮอร์โมนจากอายุที่มากขึ้น การรักษาอาการอีดีของชายวัย 57 ปีนี้จะต้องตรวจหาโรคที่แอบซ่อนอยู่ อย่างเช่น เบาหวาน ระดับไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น การรักษาก็เป็นไปตามขั้นตอนอาจจะใช้ยากินเพื่อฟื้นฟูระบบหลอดเลือด ยาในกลุ่มขยายหลอดเลือดหรือยาเฉพาะกิจ ถ้ามีภาวะเบาหวานร่วมด้วยอาจจะใช้การยิงคลื่นเสียงความถี่ต่ำไปยังเส้นเลือดที่องคชาตเพื่อเพิ่มการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ที่องคชาต
วิธีรักษาที่ต้นเหตุของอาการอีดีโดย ตรง พร้อมกับการใช้วิธีฝึกบริการกล้ามเนื้อเพศร่วมด้วยยิ่งจะทำให้ผลการรักษาเกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าหากเป็นเบาหวานมาเป็นเวลานานก็มียากระตุ้นการแข็งตัวช่วยขยายเส้นเลือดที่องคชาต วิธีการรักษาอาการอีดีต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปผู้ป่วยที่กำลังเผชิญอยู่กับอาการดังกล่าว ดังนั้นควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ไม่แนะนำให้ซื้อยากินเองเพราะยาแต่ละชนิดมีผลข้างเคียงไม่เหมือนกัน การเลือกยาที่ไม่เหมาะกับคนไข้ย่อมทำให้สิ้นเปลืองเงิน เสียเวลา และที่สำคัญคืออาจมีผลเสียต่อหัวใจและร่างกายเป็นอันตรายถึงวูบได้.



