“แม่พลอย” มีโอกาสได้ลิ้มชิมรส “สำรับเลิศหล้า” (ROYAL SAMRUB)ที่ KWANTIP  Samrub Thai Dining หรือ “ขวัญทิพย์” ร้านสำรับอาหารไทย ในซอยอารีย์สัมพันธ์  6 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความโดดเด่นที่มุ่งสืบสานและถ่ายทอดมรดกทางอาหารไทยผ่านวัฒนธรรมการรับประทานแบบ “สำรับ” ภายใต้การดูแลของเชฟป้อม-ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล โดยนำเสนอสูตรอาหารและองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นภายในตระกูล ซึ่งมีรากฐานจากอาหารไทยภาคกลางตำรับวังเทวะเวสม์ จากคุณย่าและอาหารภาคใต้ตำรับทุ่งสงจากคุณแม่ พร้อมยึดถือความพิถีพิถันและความเคารพรสชาติต้นฉบับเป็นหัวใจสำคัญ 

เชฟป้อมเชื่อว่า วัตถุดิบทุกชนิดสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารไทยตำรับดั้งเดิมได้ หากมีความเข้าใจในตัววัตถุดิบ มีความเข้าใจในแก่นของอาหารไทย สามารถยกระดับวัตถุดิบและอาหารแต่ละจานได้ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารจานนั้น ๆ ได้อย่าง
ไม่ผิดเพี้ยน ขณะที่ เชฟแอร์–กุลพล สามเสน บุตรชายคนเล็กของเชฟป้อม เข้ามาสานต่อองค์ความรู้และขนบการปรุงอาหารของครอบครัว พร้อมมีส่วนช่วยให้มรดกทางอาหารเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับ “สำรับเลิศหล้า” (ROYAL SAMRUB) เริ่มต้นจาก เครื่องว่าง ประกอบด้วย ช่อม่วงไส้ปลากับคาเวียร์และผักสด นุ่มเนียนลิ้นรสชาติกลมกล่อมมาก ไล่เรียงมา เมี่ยงคะน้า ที่ใช้ใบคะน้าแก่เอามาทำบอกเลยว่าเคี้ยวเพลินลิ้นมาก ข้าวตังหน้าตั้ง ทำมาจากหมูออกเข้มข้นและใส่มันกุ้งเคี่ยวด้านบน มีทั้งความกรอบและความเข้มข้นถึงเครื่องมาก กระทงทอง ไส้ไก่สามฉุน ด้านบนมีกระเทียมดองไห จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นการดองกระเทียมแบบโบราณ เคี้ยวรวมกันเป็นความอร่อย ปิดท้ายคำสุดท้ายด้วย ม้าฮ่อ ที่สุดชื่นใจ

ในสำรับนี้ยังมี หลนมันปูไข่หอยเม่น ปลาสลิดฟู ผัก เชฟป้อม บอกว่า ไข่หอยเม่นหรืออูนิที่เห็นอยู่บนหลนปู ไม่ใช่การนำไปปะวางเฉย ๆ แต่ว่าหลนปูที่ปรุงต้องเคี่ยวมันปูให้ได้น้ำมันปูที่ค่อนข้างหวาน ไม่มีกลิ่นคาวแล้วถึงเอามาใส่สมุนไพร ใส่เนื้อปูม้าและลงกะทิไปเป็นอย่างสุดท้ายเพื่อไม่ให้แตกมัน แต่รสชาติยังคงอยู่ เชฟป้อมยังได้แนะนำให้กินกับผักที่รสชาติอ่อนที่สุดคือสายบัว กับแตงกวาญี่ปุ่นโดยให้กินกับหลนส่วนบนที่ติดอูนิด้วย กินเปล่า ๆ แบบจิ้มก่อนและกินเหลือเท่าไหร่ค่อยลองกินคู่กับขมิ้นขาว มะเขือ ถั่วฝักยาวและปลาสลิด ส่วนขั้นตอนการปรุงจะเชื่อมอูนิกับหลนด้วยการทาน้ำตาลเคี่ยวด้านบน เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียว ถ้ากินนิด ๆ จะรู้ว่าทำให้เชื่อมต่อระหว่างอูนิกับหลนได้ดี

ส่วน พล่ากุ้งอามะเอมิ ปรุงแบบพล่าสด ๆ ใส่เครื่องพล่าไทยเสิร์ฟแบบเย็น กุ้งออกหวานได้รสชาติพล่าไทยเต็ม ๆ รสชวนเรียกน้ำย่อยได้มากโข ต้มเค็มหมูสามชั้นไข่เค็ม ใช้การเคี่ยวน้ำตาลแบบโบราณ ทำน้ำตาลไหม้หอมกลิ่นของสามเกลอชัดเจน ปลาหิมะทอดขมิ้น เนื้อปลาหิมะมีความกรอบเบา ๆ ด้านนอก ข้างในฉ่ำหอมขมิ้น ต้มจิ๋วเอ็นน่องแก้วไทยวากิว ต้มจิ๋วอยู่ระหว่างต้มยำกับแกงจืด มีความหวานจากหัวหอมแดง เปรี้ยวจากน้ำมะขามและน้ำมะนาว ผักมีกะเพราและโหระพา ในจานนี้นอกจากเอ็นน่องแก้วที่นุ่มเนียนลิ้นแล้วยังมีมันเทศ นุ่มซึมแทรกน้ำซุปที่สุดกลมกล่อมซดคล่องคอ

พะแนงแก้มวัวไทยวากิว เนื้อโอมิวากิวย่างฟาง กินแกล้มกับมะเขือเทศบิจินดองแบบไทยและโหระพา น้ำแกงจากเครื่องแกงที่ปรุงเองสดใหม่เข้มข้น ส่วน แกงส้มปลาบู่ ไข่เจียวปู น้ำแกงส้มออกสามรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน ส่วนไข่เจียวปู เสิร์ฟมาแบบขนาดพอดี หอมนุ่มกรอบเนื้อปูใส่มาเต็ม ๆ ล็อบสเตอร์ผัดพริกเหลือง รสชาติออกเข้มข้นชวนเจริญอาหารมาก ขณะที่ กุ้งแม่น้ำเผา ซอสมันกุ้ง น้ำพริกเกลือ ตัวกุ้งเผาย่างในอุณหภูมิพอเหมาะ เนื้อเด้ง ซอสมันกุ้งเข้มข้นกลมกล่อมคลุกกินกับข้าว และน้ำจิ้มพริกเกลือ มาจากแถบเมืองจันท์ ออกปรี๊ดมาก ไม่ใช่สามรสแบบน้ำจิ้มซีฟู้ด แต่เข้ากับเนื้อกุ้งเผามาก

ปิดท้ายด้วยของหวาน อย่าง มะพร้าวมโหรี ที่เป็นขนมโคไส้กระฉีก และไอศกรีมกะทิน้ำตาลโตนด จากเพชรบุรี เป็นการปิดท้ายสำรับที่เปิดประสบการณ์ในการสัมผัสรสชาติอาหาร สำรับเลิศหล้าได้อย่างสมบูรณ์และประทับใจมาก

อยากลิ้มลองสำรับเลิศหล้า ของ ขวัญทิพย์ (KWANTIP) สามารถสำรองได้ที่เว็บไซต์ kwantipbkk.com

แม่พลอย : เรื่อง

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่