จุดเริ่มมาจากประเด็น “ก๊อต” ไปเกี่ยวข้อง กับปัญหาที่ดิน ที่ จ.นครนายก จนนำมาสู่การขุดคุ้ย เรื่องลุกลามบานปลาย นอกจากนี้ “กองทัพบก” ยังเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง  สั่งดำเนินคดี “นายอธิป” กรณีเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินรัฐในความดูแลของทหาร พื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อสร้างรีสอร์ท และ สนามวิ่งเทรล โดยไม่ได้รับอนุมัติ

ทำให้ “บุ๋ม-ปนัดดา” พร้อมด้วยทีมทนายความ ต้องเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อให้ปากคำ และ มอบเอกสารสัญญา การซื้อขาย ปมบุกรุกที่ดิน ต.ศรีกะอาง เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 69 ก่อน กำหนดนัดหมายเดิม คือวันที่ 12 พ.ย.

ผู้ก่อตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี ระบุว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และ ให้ความร่วมมือชี้แจง และยินดีให้ความร่วมมือเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน หากได้รับการประสาน

ขณะที่ “ก๊อต” ได้เคลื่อนไหว ในอินสตาแกรมชื่อ atipanantawa พร้อมภาพทนาย และข้อความว่า “จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นผมไม่ได้นิ่งเฉยหรือหลบหนีไปไหน ขณะนี้กำลัง ปรึกษาทีมกฎหมาย เพื่อเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานภาครัฐเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนได้ในขณะนี้ครับ”

นั่นหมายความว่า “ปนัดดา” และ สามี พร้อมต่อสู้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้าใส่ ไม่หนีหาย ไม่สนกับกระแสโจมตี ที่หนักหน่วงและรุนแรง เพราะก่อนหน้านั้น มูลนิธิองค์กรทำดีก็เปิดรับบริจาคเงิน จากประชาชน เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ในรูปแบบต่าง ๆ  จนได้รับการยกย่องให้เป็น “นางฟ้า” จนมาถูกกขุดคุ้ย เรื่องนำเงินบริจาค ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

โดยเฉพาะ “โครงการพูลวิลล่า” ที่ภูเก็ต  ที่กลายเป็นคำถาม และกลายเป็น “จุดเสื่อม” ของ “บุ๋ม-ปนัดดา” และ สามี เพราะคำชี้แจงของ เจ้าของมูลนิธิ กลับสวนทางกับข้อมูลอีกด้าน โดย “นายเดชา กิตติวิทยานันท์” ทนายความ เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างช่างเอ๋ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นลูกความของตน กับนายก๊อต โดยระบุว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2568 และเคย พูดคุยกับบุ๋มโดยตรง

พร้อมเตือนว่าอาจมีผู้หญิงตกเป็นผู้เสียหาย ในคดีฉ้อโกง รายต่อไป ซึ่งขณะนั้นบุ๋มตอบกลับว่าไม่เป็นไร เพราะตนเองมีฐานะและมีอาชีพ  ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่อง เกิดจากช่างเอ๋ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาและเพื่อนสนิทของนายก๊อต เนื่องจากเป็นนักยิงปืนด้วยกัน  ได้รับการชักชวน ให้ร่วมลงทุน เปิดบริษัทเพื่อทำธุรกิจขายพูลวิลล่าในพื้นที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บนที่ดินจำนวน 2 แปลง ซึ่งมีชื่อ “บุ๋ม” เป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ และมีการกู้เงินจากธนาคาร

ทนายเดชา บอกอีกว่า “บุ๋ม” รับรู้เกี่ยวกับโครงการ ดังกล่าวมาตลอด โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่าเคยเดินทางไปยังโครงการพูลวิลล่าถึง 3 ครั้ง จึงตั้งข้อสังเกตถึง กรณีที่บุ๋ม ออกมาไลฟ์ร้องไห้ และระบุว่าไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากมองว่า การก่อสร้างบนที่ดิน จำเป็นต้องได้ รับความยินยอม และมีลายเซ็นจากเจ้าของที่ดิน

นอกจากนี้ทนายคนดังยังกล่าวถึง กรณีที่บุ๋ม ตั้งข้อกล่าวหา ว่า ช่างเอ๋ร่วมมือ กับนายก๊อต นำเงินมูลนิธิไปใช้ในทางมิชอบ โดยระบุว่า หากเชื่อว่าทั้งสองคน ร่วมกันกระทำผิด ก็ควรดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตั้งคำถามว่าหากไม่มีการดำเนินคดี จะทำให้เกิดข้อสงสัย เรื่องการแบ่งหน้าที่ กันกระทำหรือไม่  ต้องรอดูว่า “บุ๋ม” จะกล้าหรือไม่.

เขื่อนขันธ์

อ่านบทความทั้งหมดคลิกที่นี่