เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ปัจจุบันผมอายุ 55 ปี สภาพร่างกายโดยทั่วไปเชื่อว่าสมบูรณ์แข็งแรงดี ไปเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีทุกครั้ง ผลการตรวจดี ไม่มีโรคร้ายแอบแฝงอยู่ แต่ที่มีปัญหา อวัยวะเพศไม่ยอมแข็งตัว มีอาการเช่นนี้เกิดมาได้เกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนภรรยาอายุ 47 ปี เธอเอาใจใส่กระตุ้นเล้าโลมช่วยทุกครั้งเป็นอย่างดี แต่ตัวผมเองกลับไม่ได้เรื่อง ไม่ยอมสู้ขึ้นมาเฉย ๆ จนรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองทั้ง ๆ ที่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่ทำไมสมรรถภาพทางเพศจึงไม่เอาไหนเสียเลย จึงตัดสินใจเข้ารับการฟื้นฟูกับหมอโอ

ด้วยความนับถือ
พิวัธ 55

ตอบ พิวัธ 55

อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งตามระดับความรุนแรงของอาการ จากการศึกษาในชายสูงอายุในมลรัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Male Aging Study) ซึ่งศึกษาระบาดวิทยาของอาการนี้ไว้ดังนี้ หย่อนสมรรถภาพในระดับต่ำ : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดีสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เกือบทุกครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับปานกลาง : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เป็นบางครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับรุนแรง : ผู้ป่วยไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เลย

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดจากสาเหตุทั้งทางร่างกายและจิตใจ สรุปได้ดังนี้ คือ โรคประจำตัวที่พบมากที่สุด (ประมาณ 70%) คือ โรคเบาหวานจัดเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโรคอีดี นอกจากนี้ก็มีโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น ความเคร่งเครียดในการทำงาน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด หรือแม้แต่วัยหลังเกษียณแล้วก็ตาม ถ้าเกิดความเครียดความกังวลก็ส่งผลต่อโรคอีดีได้ พบได้ 20% ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มาก เพราะการสูบบุหรี่จัดส่งผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากขึ้นพบได้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามอายุ เช่น
50 ปี ก็ 50% 70 ปี ก็ 70%

อย่างไรก็ตามมีอายุมากขึ้นไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแต่เป็นเพราะโรคประจำตัวต่าง ๆ ตามอายุ เช่น เบาหวาน, โรคหัวใจ ฯลฯ การรักษาอาการอีดีนั้นมีหลายวิธีทั้งยากิน ยาฉีด ฝึกบริหารกล้ามเนื้อเพศ รวมไปถึงการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นมาใหม่ ตามหลักการรักษาอีดีที่ถูกต้องนั้น คนไข้จะต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ดูโรคแอบแฝงต่าง ๆ ระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน รวมทั้งต่อมลูกหมากร่วมด้วย สำหรับยากินที่ใช้รักษาอาการอีดี
นั้นยังเป็นกลุ่มยาพีดีอี 5ไอ แต่ยากลุ่มนี้จะใช้ได้อย่างปลอดภัยนั้นต้องไม่มีภาวะโรคหัวใจ และไม่ได้รับ
ยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil, Isosorbide เป็นต้น การรักษาอีดีจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ยาไม่ใช่ขนมที่จะซื้อขายกันได้ง่าย ๆ การพบแพทย์จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป.

———————-
ดร.โอ สุขุมวิท 51