เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่เคารพ

ผมอายุ  74 ปี  เป็นข้าราชการบำนาญ ป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโตมาได้ 7 ปีเศษ ได้รับการผ่าตัดแล้ว หลังการผ่าตัดใหม่ ๆ การขับถ่ายปัสสาวะคล่องตัวดี แต่ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานี้เกิดอาการปัสสาวะไม่สุด คล้าย ๆ กับว่ามันติดอยู่ในลำกล้องส่วนปลายทำให้เกิดอาการปวดมาก ยิ่งเวลากลางคืนจะปวดมาก ไปพบแพทย์ก็ได้รับยามากิน แพทย์บอกว่าถ้าไม่หายต้องกลับไปส่องกล้องดูใหม่อีกครั้ง ตอนนี้จึงยิ่งมีความกังวลใจกับอาการที่เป็นอยู่จึงอยากมาขอคำแนะนำจากคุณหมอโอ

ด้วยความเคารพ

อุทัย 74                                                  

ตอบ  อุทัย 74      

การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต ถ้ามีอาการไม่มากและไม่กระทบต่อชีวิตคนไข้จะรักษาด้วยการเฝ้าติดตามอาการและหาหมอตรวจร่างกายปีละครั้ง หากมีอาการมากจนรบกวนชีวิตปกติ อย่างกรณีของชายวัย 74 ปี ก็จะรักษาด้วยยา ยารักษาโรคนี้แบ่งเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มยากั้นอัลฟา 1 จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบที่ควบคุมทางออกของปัสสาวะได้แก่ prazosin (Minipress), terazosin (Hytrin) และ doxazosin(Cardura XL) กินทีเดียวอยู่ได้ทั้งวัน อีกชนิดคือ tamsulosin (Fiomax) มีฤทธิ์เกี่ยวข้องกับทางออกปัสสาวะมากที่สุด ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้เช่น ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เพลีย อวัยวะเพศไม่แข็งตัว เป็นต้น

ปัจจุบันมีการใช้ยาที่ลดอาการปัสสาวะลำบากคือยาในกลุ่มพีดีอี 5 ไอ ซึ่งเป็นยาใช้บรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตได้เหมือนกันและยังช่วยให้เกิดการแข็งตัวขององคชาตได้ดีอีกด้วย กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มยาต้านฮอร์โมนเพศ เช่น ยา finasteride (Proscar), dutaseride (Avodart) พวกนี้ทำให้ต่อมลูกหมากหดเล็กลงได้สัก 20-30% แต่อาจทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ และอวัยวะเพศไม่แข็งตัว แต่หากพบว่ามีอาการมากจำเป็นต้องผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก อาการของต่อมลูกหมากโตเมื่อได้รับการผ่าตัดแล้วสามารถกลับมาเป็นได้ใหม่อีก อย่าได้กังวลใจมาก เมื่อเป็นก็ทำการรักษาตามอาการต่อไป หากดูแลสุขภาพตัวเองก็จะช่วยให้โอกาสเกิดต่อมลูกหมากโตได้น้อยลง

มีการศึกษาพบว่าสารพวกไฟโตเอสโตรเจน มีคุณสมบัติช่วยลดการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศชายต่อต่อมลูกหมากได้ ยับยั้งการโตขึ้นของต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการอุดกั้นแบบคงที่ได้ สารไฟโตเอสโตรเจนนี้พบมากในผัก ผลไม้ และธัญพืช เช่น แอปเปิ้ล แตงโม หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง เมล็ดต้นแฟลกซ์ ข้าว กระชาย ไพล พลัม สาลี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าสามารถยับยั้งการโตขึ้นของต่อมลูกหมากได้เช่นกัน ซึ่งสารนี้พบในมะเขือเทศ ใบชา และชาเขียว

ดังนั้นการบริโภคอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากขึ้น และลดการบริโภคอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ และไขมันให้น้อยลง จึงน่าจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคต่อมลูกหมากโตได้ นอกจากนี้ยังควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน เช่น กาแฟ โรคต่อมลูกหมากโตสามารถรักษาได้ แพทย์ช่วยคนไข้ได้ทั้งด้านปัสสาวะไม่สะดวก และด้านการแข็งตัว ด้านโปรแกรม 3 ขั้นตอน จะฟื้นได้ใน 2 อาทิตย์ ยกเว้นกลุ่มที่ไม่พบแพทย์ก็คงช่วยไม่ได้.