เป็นไวรัลจากภาพนิ่งและคลิปที่เจ้าตัวโพสต์ไว้ใน เฟซบุ๊ก Nan Chonticha (น้องแนนดั้มซิ่งแม่กลอง) จนหลายคนฮือฮา กับภาพสาวสวยกำลังบังคับพวงมาลัยรถบรรทุกคันใหญ่ จนทำให้เธอได้รับฉายเป็น “นางฟ้ารถดัมพ์” โดยนอกจากหน้าตาที่สะสวยแล้ว หลายคนยังชื่นชมเธอเป็น “ตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่” ที่ทลายกำแพงเรื่องของเพศในอาชีพที่อดีตมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำ

“เราอยากพิสูจน์ว่าอาชีพนี้ ผู้หญิงก็ทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย ขอแค่ให้สนใจ รัก และตั้งใจจริง ผู้หญิงก็ทำได้ทุกอาชีพ” เป็นแรงบันดาลใจที่ “แนน-ชลธิชา” บอก ทีมวิถีชีวิต” ช่วงเริ่มต้นของการสนทนา โดยเธอเล่าประวัติตัวเองว่า ปัจจุบันเธออายุ 29 ปี และเรียนจบปริญญาตรี ที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

ส่วนการตัดสินใจเข้าสู่ “อาชีพคนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่” หรือ “รถดัมพ์” นั้น แนนเล่าว่า ด้วยความที่คุณพ่อมีอาชีพขับรถบรรทุก และครอบครัวก็ทำธุรกิจรับถมดิน ทำให้เห็นภาพนี้มาตั้งแต่เล็ก ๆ ซึ่งหลังธุรกิจครอบครัวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนคุณพ่อขยายธุรกิจใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีช่วงหนึ่งที่เกิดปัญหาจากการที่คนขับรถที่จ้างไว้มักจะหยุดงานโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำให้ธุรกิจเสียหายอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความที่อยากช่วยคุณพ่อ เธอจึงตัดสินใจจะขับรถบรรทุกด้วยตัวเอง

อย่างที่แนนเล่าให้ฟังตอนแรกว่า ที่บ้านมีธุรกิจที่ต้องใช้รถบรรทุกอยู่แล้ว ก็เลยอยากอัปสกิลตัวเองให้สามารถขับรถบรรทุกที่คันใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จากที่ขับรถบรรทุก 6 ล้อที่คุณแม่ซื้อให้เรากับพี่สาวคนละ 1 คัน ก็ต่อยอดไปเป็นรถ 22 ล้อ ในที่สุด เพราะอยากช่วยคุณพ่อกับทางบ้านแค่นั้นเองเลย และที่กล้าทำ กล้าขับ ก็เพราะเรามีพื้นฐานอยู่แล้ว เหมือนกับว่าเรารู้ระบบบ้างแล้ว มาให้คุณพ่อแนะนำอีกนิดหน่อย กับช่วงแรก ๆ มีลูกน้องนั่งไปด้วย ก็ค่อย ๆ ขับเก่งจนชำนาญมากขึ้น” แนนเล่าให้ฟังเรื่องนี้

แนนยอมรับว่า การขับรถ10 ล้อพ่วง หรือรถ 22 ล้อนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เนื่องจากเป็นรถขนาดใหญ่ และยังพ่วงอีกด้วย จึงทำให้การถอยรถก็ยาก และการกะจังหวะต่าง ๆ เพื่อควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางนั้นก็ยิ่งยากไปกันใหญ่ โดยเหมือนกับเธอจะต้องควบคุมรถถึง 2 คันในเวลาเดียวกัน อีกทั้งเรื่องที่ยากอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่รถประเภทนี้นั้น มีน้ำหนักมาก จึงทำให้รถไหล หรือออกตัวได้ยาก จึงต้องใช้ไหวพริบและความรอบคอบสูงกว่าการขับรถประเภทอื่น ๆ ทำให้คนที่จะขับรถชนิดนี้ได้นั้น จะต้องเป็นคนที่สามารถตัดสินใจได้เด็กขาด เพื่อไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เติมน้ำมันยังน่ารักสมฉายา “นางฟ้ารถดัมพ์”

จะยึกยักไม่ได้เลย จะทำอะไรก็ต้องตัดสินใจเด็ดขาดไปเลยว่า จะเอายังไง จะถอย เลี้ยว หรือหยุด และนอกจากรถดัมพ์แล้ว แนนยังอัปสกิลตัวเองไปขับรถอย่างแม็คโครและรถไถด้วย เพราะเรารู้สึกท้าทาย และอยากลองดูว่าจะทำได้ไหม” แนนเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้

แนนยังเผยอีกว่า “การขับรถใหญ่” แบบนี้ ความเข้าใจสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจรถ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น ซึ่งหลายคนที่ชมว่าเธอขับรถดี ก็อาจจะเพราะตัวเธอนำนิสัยความช่างละเอียด และความรอบคอบของผู้หญิงนำมาใช้กับการทำงานนี้ด้วย ทำให้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ทำอาชีพมา เธอจึงกล้าพูดว่า สถิติการขับขี่ของเธอนั้นใสสะอาดมาก ๆ

รถตัก-รถแม็คโครก็ขับเป็น

ขับมา 7-8 ปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยแม้แต่สักครั้งเดียว แต่ก็มีตำรวจเรียกให้หยุดรถบ้างเหมือนกัน แต่เราก็นำเอาความรู้ทางกฎหมายที่เราร่ำเรียนมามาใช้ในการพูดคุย ก็สามารถจะช่วยลดอุปสรรคไปได้เช่นกัน ทำให้จบเรื่องได้ง่ายขึ้น” แนนบอกเรื่องนี้ โดยเธอได้เล่าถึง “กิจวัตรการทำงานประจำวัน” ให้ฟังว่า ที่ต้องทำทุก ๆ ครั้งก่อนออกไปขับรถบรรทุกนั้น นอกเหนือจากการตรวจดูความเรียบร้อยของรถแล้ว เธอจะต้องไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรถของเธอก่อนทุก ๆ ครั้งที่ นั่นคือ การไหว้แม่ย่านางรถบรรทุก โดยจะไหว้บอกกล่าวแม่ย่านางเพื่อขอให้เดินทางปลอดภัยในทุกครั้งที่ทำงาน

ฮอตขนาดตำรวจเรียกขอถ่ายรูป

ส่วน “ฟีลลิ่งการขับรถบรรทุกขนาดใหญ่” นั้นแนนบอกว่า ชอบมาก การขับรถไซส์ขนาดนี้ได้ ในความคิดเธอ เธอมองว่าคนที่ขับได้เท่มาก ๆ และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากจะขับรถประเภทนี้ ซึ่งนอกจากท้าทายความสามารถของตัวเธอเองแล้ว ยังท้าทายการก้าวข้ามกำแพงเรื่องของเพศสภาพด้วย

เรามองว่าคนที่ทำอาชีพนี้ได้ดูเท่มากแล้ว ทำให้แนนคิดว่ถ้าหากผู้ชายทำได้ เราก็ต้องทำได้ ซึ่งเอาจริง ๆ เราชอบทำงานกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายจริงใจ พูดตรงไปตรงมา และไม่มีการนินทาเหมือนสังคมผู้หญิงที่เธอเคยเจอ ทำให้อยู่กับเพื่อนผู้ชายแล้วสบายใจกว่า” แนนบอกความรู้สึกเรื่องนี้

โอกาสใหม่ ๆ ที่เข้ามาให้ทำ

สำหรับ “ความประทับใจ” ที่เธอมีกับ “ชาวสิงห์รถบรรทุก” นั้น แนนบอกว่า หลังคลิปเธอเป็นไวรัลบนโซเชียล ก็ทำให้เธอมีแฟนคลับ หรือ FC ที่ติดตามเธอเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ส่งผลดีต่อการทำงานของเธอมาก เพราะเวลาที่ขับรถไปที่ไหน แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็จะมีแฟนคลับที่จำเธอได้นั้น หยิบยื่นความช่วยเหลือและมิตรภาพต่าง ๆ มาให้ตลอด ทำให้รู้สึกอุ่นใจและรั้สึกปลอดภัยทุกครั้ง ที่ต้องขับรถเดินทางไปตามถนนเส้นต่าง ๆ เพียงลำพังคนเดียว

เวลาแนนได้ไปเจอกัน FC ของแนนก็มักจะเข้ามาทักทายเราตลอด หรือเมื่อเกิดปัญหา ก็จะมีคนคอยช่วยเหลือเสมอ ซึ่งแนนว่ามิตรภาพของคนขับรถบรรทุกนั้น แน่นแฟ้นและรักกันดีมาก ถึงแม้จะไม่รู้จักกันมากก่อนก็ตาม แต่พอเห็นใครที่กำลังประสบปัญหา เช่น รถเสีย รถพัง ก็จะเข้ามาช่วยเหลือตลอด เพราะทุกคนถือว่าเป็นเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน โดยไม่แยกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”เป็นความประทับใจที่แนนบอกเล่าความรู้สึกไว้

กับคุณพ่อ และคุณแม่

“แนน-ชลธิชา” สาวสวยเจ้าของฉายา “แนนดัมพ์ซิ่ง-นางฟ้า 22 ล้อ” กล่าวกับ ทีมวิถีชีวิต” ทิ้งท้ายว่า การขับรถบรรทุกได้พาโอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิตของเธอมากมาย โดยในปัจจุบันเธอเป็นผู้คุมงานถมที่ทั้งหมด โดยจะวิ่งรถรับงานเฉลี่ยแล้ววันละ 5 เที่ยว โดยเธอบอกว่า ถึงแม้ต้นทุนค่าน้ำมันจะสูงขึ้น แต่เธอเลือกที่จะบริหารจัดการด้วยความซื่อสัตย์ โดยไม่คิดจะค้ากำไรกับลูกค้า อีกทั้งนอกจากอาชีพสิงห์รถบรรทุกที่เป็นงานหลักแล้ว ปัจจุบันเธอยังได้รับโอกาสให้ทำงานอื่น ๆ มากมาย ตั้งแต่งานในวงการบันเทิง ที่มีทั้งการรีวิวสินค้า และการที่ได้เป็นพิธีกรรายการซึ่งเกี่ยวกับคนขับรถบรรทุกทางช่องเวิร์คพอยท์…

“ส่วนความฝันของแนนสมมุติถ้าเลิกทำอาชีพนี้แล้ว เราอยากเป็นอะไรนะหรือคะ ถ้าให้ตอบก็คงอยากเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว หรือแม่ค้าส้มตำ(หัวเราะ) เพราะแนนได้เสน่ห์ปลายจวักมาจากคุณแม่ และที่สำคัญแนนชอบอาชีพค้าขายเป็นชีวิตจิตใจเลย โดยถ้าหากว่า…แนนไม่ได้ทำอาชีพขับรถบรรทุก หรือขับรถดัมพ์แล้ว ก็เชื่อเหลือเกินว่า…คงยึดอาชีพแม่ค้าแน่ ๆ”.

‘สำคัญที่ใจ’ เพศสภาพไม่เกี่ยว

แนนชลธิชา” บอกว่า เธอชอบสังคมผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ยิ่งเป็นกลุ่มเพื่อน ๆ คนขับรถบรรทุกด้วยกันยิ่งแล้ว ยิ่งสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความอบอุ่นในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยควาเมป็น “ผู้หญิงที่มาขับรถบรรทุก” ทำให้หลายคนมักจะตั้งคำถามกับเธอบ่อย ๆ ว่า ทำไมมาทำอาชีพที่ต้องอยู่กับฝุ่นควันไอเสียรถแบบนี้ ทั้งที่หน้าตาก็ดี น่าจะไปทำงานอื่น เช่น อาชีพแอร์โฮสเตส หรือนางแบบ ซึ่งเมื่อได้ยินคำถามแบบนี้ เธอจะยิ้มรับ โดยไม่โต้ตอบ เพราะเธอรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำอาชีพนี้ เพราะพิสูจน์ว่า แม้แต่อาชีพขับรถบรรทุกคันใหญ่ ๆ ที่เคยมีแต่ผู้ชายทำ แต่ผู้หญิงอย่างเธอก็พิสูจน์แล้วทำได้

แนนเชื่อว่าหัวใจสำคัญในการทำงาน ไม่ได้อยู่ที่เพศสภาพ แต่อยู่ที่ใจว่า เรากล้าทำหรือเปล่า ดังนั้นไม่ว่าจะอาชีพอะไร หรืองานอะไร ก็ไม่ควรยึดติดกับกรอบของเพศ ซึ่งการที่มาถึงจุดนี้ได้ ทำให้เรารู้สึกภูมิใจมาก ๆ”.

เชาวลี ชุมขำ : รายงาน