พิธีมอบแบบลายผ้า

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ ห้องประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เทศบาลเมืองอโยธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการ / รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ให้กับหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด 5 หน่วยงาน นายอำเภอ 16 หน่วยงาน นายกกิ่งกาชาดหรือผู้แทน 16 หน่วย และกลุ่มทอผ้าและผลิตผ้าบาติกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 9 กลุ่ม เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเชิญไปให้กลุ่มทอผ้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งเพื่อเป็นต้นแบบพัฒนาต่อยอด เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้มีความทันสมัย สามารถก้าวเข้าสู่สากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระเมตตาพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ผ่านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค นำไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” ที่สมเด็จย่า ได้พระราชทานแก่ราษฎร อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย โดยในลวดลายผ้าแต่ละลวดลายแฝงไปด้วยความหมายที่มีความลึกซึ้ง แสดงถึงความตั้งพระทัยมั่นในการทรงสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน นับเป็นความปลาบปลื้มของพสกนิกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างหาที่สุดมิได้ (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองกรุงเก่า ตรวจเข้มสถานประกอบการ

ช่วงค่ำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารสุขจังหวัด พันเอก ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จว. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว. นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมกำลังพล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย ร่วมออกตรวจตราและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ ร้านค้า ตลาดนัด สถานประกอบการ สถานบันเทิง รวม 5 จุด ในพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อกำชับให้เจ้าของผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคไวรัสโคโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด

โดยนายวีระชัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในกลุ่มครอบครัวและกลุ่มในที่ทำงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่มีการรวมตัว ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการระบาด จึงได้มอบหมายให้ชุดตรวจบูรณาการออกตรวจตราและเน้นการให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการ ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ให้บริการตามเวลาที่กำหนด และให้ปฏิบัติมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้แนะนำมาตรการป้องกันโรคให้ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการถือปฏิบัติ เช่น เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามมาตรการ Covid free setting กรณีหากพบการฝ่าฝืน เช่น การเปิดร้านเกินเวลาที่กำหนด หรือพบว่ามีผู้ใช้บริการอยู่ในร้านหลังเวลา 23.00 น. หรือพบสถานบริการลักลอบเปิดให้บริการหลังเวลาที่ได้รับอนุญาต จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

สิงห์บุรีเปิด ชุมชนเข้มแข็ง

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ อาคารอเนกประสงค์สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดโครงการอบรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านสร้างความเข้มแข็งชุมชน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยมีนายศุภวัฒน์ เทียนภาวร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกู้เกียรติ นิ่มเนียม ท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกท้องถิ่น เข้าร่วมโครงการอบรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้นำท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ ได้มีความเข้าใจและตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารท้องถิ่นของตน และสามารถนำไปปรับใช้และถ่ายทอดให้กับประชาชนในท้องถิ่นเพื่อเป็นหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและบังเกิดผลอย่างเต็มที่ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการฯ ได้ฝากให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้และนำเป็นหลักในการพัฒนาปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในลักษณะ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมตรวจสอบ ร่วมรับประโยชน์ ร่วมแก้ไขปัญหาและปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก้ไขปัญหาสำหรับการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน อีกทั้งการดำเนินโครงการดังกล่าวได้มีมาตรการป้องกันและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีการคัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิของผู้ที่เข้าร่วมการอบรมทุกท่านก่อนเข้างานอย่างเคร่งครัดและปฏิบัติตามมาตการของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการ D-M-H-T-T-A อีกด้วย (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ปลัดจังหวัดฯ บูมตุ๊กๆ

พระนครศรีอยุธยา-ปลัดจังหวัดฯ เปิดตัวแคมเปญ ”มากรุงเก่าต้องนั่งตุ๊กๆ” ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เผยใครมาไม่ได้นั่งรถในตำนานถือว่ามาไม่ถึงเมืองมรดกโลก แนะให้คนขับดูแลรถและเพิ่มมาตการป้องกันโควิด

วันที่ 26 ก.พ. วันสหกรณ์แห่งชาติ ผู้ประกอบการขับขี่รถสามล้อเครื่องหรือรถยนต์ตุ๊กๆ จากสหกรณ์บริการรถยนต์สามล้ออยุธยา (จำกัด) นำโดยนายธีระเดช เกศประยูร ประธานสหกรณ์ฯ พร้อมด้วยนายมาโนช เกิดเกศ ผู้จัดการสหกรณ์ และรถตุ๊กๆ จำนวน 200 คัน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าศูนย์ข้อมูลข่าวสารอยุธยา ศาลากลางจังหวัดฯ หลังเก่า เพื่อร่วมแสดงพลังและเป็นการร่วมประชาสัมพันธ์เชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยการนั่งรถยนต์สามล้อเครื่องหรือรถตุ๊กๆ โดยมีนายประพันธ์ ตรีบุปผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาเป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว มีนางสาวนริศรา จันอี่ รอง ผอ.ททท.พระนครศรีอยุธยา และตัวแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตัวแทนขนส่งจังหวัดฯ มาร่วม พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวแต่งชุดไทยมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

นายธีระเดช กล่าวว่าปัจจุบันสหกรณ์บริการรถยนต์สามล้ออยุธยา (จำกัด) มีสมาชิกกว่า 300 คัน จอดตามจุดต่างๆ ทั่วเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ซึ่งจะมีแห่งหลักๆ คือศาลากลางเก่า โดยมีการกำหนดค่าโดยสารที่ชัดเจน โดยการควบคุมของขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังดูแลสภาพของรถทุกคันให้อยู่ในเกณท์มาตรฐานด้วย จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมานั่งรถตุ๊กๆ เที่ยวอยุธยา ซึ่งถือว่าตุ๊กๆ เป็นรถในตำนานที่มีอายุยาวนานมาก ตั้งแต่ปี 2503

นายประพันธ์ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ให้กำลังใจคนขับรถยนต์สามล้อเครื่อง ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งการให้บริการก็จะต้องมีการควบคุมดูแลในเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะในช่วงโควิด อาจจะต้องมีการตรวจเอทีเคกันบ่อยๆ อีกทั้งยังแนะนำให้รถมีความสะอาดด้วย เนื่องจากยังเป็นช่วงโควิด ด้วย ซึ่งหลังจากเปิดโครงการแล้ว นายประพันธ์ได้เดินทางไปยังวังช้างอยุธยา เพื่อดูมาตรฐานการต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งพบว่ามีการป้องกันตามมาตรฐาน ขณะเดียวกันได้ให้อาหารช้าง และพูดคุยกับนางร่มทองทราย มีพันธ์ ให้การต้อนรับด้วย (สัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล / อยุธยา)

“เธียะเริ่มเจี๊ยะเปิงฟะ”

นายสุภกิณห์ แวงชิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เธียะเริ่มเจี๊ยะเปิงฟะ” ของกลุ่มไทย-รามัญ ลพบุรี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2565 ณ ลานวัฒนธรรม วัดอัมพวัน ต.บางขันหมาก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี โดยมี นายอำนวย จั่นเงิน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี นางกฤษณา สิทธิราช วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มชาติพันธุ์จากจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เข้าร่วมงาน ภายในงานมี การแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ การแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี วงดนตรีปี่พาทย์มอญบรรเลง การละเล่นพื้นบ้าน ผีลิงลม การสาธิตการทำอาหารพื้นบ้านมอญเมืองละโว้ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผัก ผลไม้ อาหาร ทางการเกษตร จากตลาดเกษตรกรจังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ให้การช่วยเหลือ

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธี มอบเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ จังหวัดชัยนาท โดยมี นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้การต้อนรับ

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวรายงานว่า ได้เกิดอัคคีภัยในพื้นที่ ซอยพรหมประเสริฐ 2 อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 47 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย อาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหาย จำนวน 9 คูหา บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 18 หลัง ในสวนของการช่วยเหลือ ได้รวบเงินพร้อมสิ่งของจำเป็นต่างๆ ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 12 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 588,000 บาท เงินช่วยเหลือจากรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายก อบจ.ชัยนาท จำนวน 15 ครอบครัว เป็นเงิน 90,000 บาท และได้เปิดบัญชีรับบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธายอดเงินรวมทั้งสิ้น 1,188,339 บาท เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป (สมชัย ลัทธิเดช / ชัยนาท)

ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมศูนย์พักคอย

นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อม นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พ.อ.ชายธนัญชา วาจารัต รอง ผอ.รมน.จ.สิงห์บุรี ปลัดจังหวัดสิงห์บุรีและหัวหน้าส่วนราชการ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานศูนย์พักคอย Community Isolation (CI) ระดับอำเภอในจังหวัดสิงห์บุรี 6 แห่ง สถานที่แยกกักผู้ติดเชื้อโควิด-19 รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่มีอาการไม่รุนแรงได้แก่ 1. ศูนย์พักคอย ณ วัดประดับ ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน รองรับได้จำนวน 50 คน 2. ศูนย์พักคอย ณ ศูนย์การเรียนรู้ฯ ไม้ดัด อ.บางระจัน รองรับได้จำนวน 30 คน 3. ศูนย์พักคอย ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง รองรับได้จำนวน 30 คน 4.ศูนย์พักคอย อ.พรหมบุรี ณ วัดสิงห์ ต.พระงาม รองรับได้จำนวน 30 คน 5.อ.อินทร์บุรี ณ วัดหนองสุ่ม ต.ห้วยชัน รองรับได้จำนวน 50 คน 6.อ.เมืองสิงห์บุรี ณ วัดเสาธงทอง ต.บางมัญ รองรับได้จำนวน 50 คน เพื่อตรวจสอบความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสิงห์บุรี ในการรับและประเมินอาการผู้ติดเชื้อ การเตรียมความพร้อมในด้านสถานที่และอุปกรณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว โดยจะเริ่มรับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามารักษา ณ ศูนย์พักคอย (CI) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

มนัญญา ช่วยเหลือเกษตรกร

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ เขื่อนวังร่มเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร และพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้กับผู้แทนเกษตรกร โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ให้การต้อนรับ

โดยมีนายประวุฒิ ปุริสพันธ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี กล่าวรายงาน ว่า ในปี 2564 จังหวัดอุทัยธานี มีเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ ด้านการเกษตร เช่น สถานการณ์อุทกภัย ภัยพิบัติโรคลัมปี สกิน และสถานการณ์โรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (ASF) ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดอุทัยธานี

ในการนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์แนวทางและเงื่อนไขในการเยียวยาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติที่มีคุณสมบัติครบถ้วน กล่าวคือเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ก่อนเกิดภัย และมีพื้นที่เสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 จากข้อมูล ปี 2564 จังหวัดอุทัยธานี มีเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ดังนี้ เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านพืช พื้นที่ 8 อำเภอ เกษตรกร 10,229 ราย พื้นที่ 106,785.56 ไร่ วงเงิน 189,269,490.40 บาท เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านประมง พื้นที่ 6 อำเภอ เกษตรกร 606 ราย พื้นที่ 524.76 ไร่ (4,635 ตรม.) วงเงิน 4,162,606.32 บาท เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านปศุสัตว์ พื้นที่ 3 อำเภอ เกษตรกร 130 ราย สัตว์เลี้ยงได้รับความเสียหาย 7,401 ตัว วงเงิน 722,910 บาท เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติโรคลัมปี สกิน พื้นที่ 7 อำเภอ เกษตรกร 60 ราย สัตว์เลี้ยง 290 ตัว วงเงิน 716,000 บาทเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกา ในสุกร (ASF) พื้นที่ 6 อำเภอ เกษตรกร 126 ราย วงเงิน 24,046,251 บาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดจัดให้มีพิธีมอบเงินช่วยเหลือดังกล่าว และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ยังมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่เกษตรกรด้วย และนอกจาก กิจกรรมดังกล่าวในวันนี้ ยังได้มีพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเขตปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ได้รับเอกสารสิทธิจาก ส.ป.ก. จำนวน 32 ราย มอบสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน (บ่อจิ๋ว) จำนวน 8 ราย และการออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในบริเวณงานอีกด้วย พร้อมมอบเงินให้กับผู้แทนเกษตรกร ทั้ง 5 ด้าน สำหรับวงเงินช่วยเหลือดังกล่าว ธ.ก.ส.อุทัยธานี ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรได้รับ เรียบร้อยแล้ว และมีเกษตรกรบางส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมีการโอนเงินการช่วยเหลือ ติดตามมาอีกครั้งหนึ่ง (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม – จุติภรณ์ กำเนิดเวช / อุทัยธานี)

คว้ารางวัลชนะเลิศ

นายเริงศักดิ์ เข็มทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี แสดงความยินดีกับนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการเข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาชีพ ประเภทจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในงานประชุมวิชาการองค์การวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติครั้งที่ 35 ณ วิทยาลัยเทคนิคน่าน จังหวัดน่าน เมื่อเร็วๆ นี้ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

มอบโล่เกียรติยศ

นางสาว น้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี ร่วมกับ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการ จังหวัดสระบุรี (สนง.พมจ.สระบุรี) ไปมอบโล่เกียรติยศ และใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับ นายอำนาจ สุขีรัตน์ ประธานชมรมร่วมใจพัฒนาคนพิการจังหวัดสระบุรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) ที่เข้าร่วมดูแลผู้พิการทุกประเภทที่มีอยู่ในจังหวัดสระบุรี มากกว่า 20,000 คน และยังได้จัดหาสิ่งของ เสื้อผ้าเก่า และเครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน มอบให้คนพิการอย่างทั่วถึง เมื่อครั้งที่จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ที่จังหวัดสระบุรี โดยจัดงานแยกออกเป็น 4 แห่ง ที่เทศบาลตำบลดอนพุด เทศบาลตำบลกุดนกเป้าอำเภอเมือง อำเภอวิหารแดง และเทศบาลตำบลคำพราน อ.วังม่วง งานผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้ผู้พิการทุกประเภทได้รับของแจกโดยทั่วหน้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และอยู่ในสังคมอย่างเสมอภาค ที่ได้รับความดูแลและได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ผู้พิการไม่ต้องไปแบมือขอทานอีกต่อไป (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

พช. เดินหน้าขจัดความยากจน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นางสรัลพัชร ประโมทะกะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดฯ ผู้แทนศึกษาธิการจังหวัดฯ ผู้แทนพัฒนาสังคมแล้วความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดฯ ทีม ศจพ.อ. ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย และหมู่ที่ 16 ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของทีมปฏิบัติการตำบล และทีมพี่เลี้ยง ตามโครงการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเก้าอี้รถเข็นผู้ป่วย แก่ครัวเรือนเป้าหมายตามระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ในมิติด้านการศึกษา ซึ่งจังหวัดมีข้อมูลกลุ่มเป้าหมายในระบบ โดยแยกข้อมูลตาม 5 มิติ ได้แก่ สุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ จำนวน 245 ครัวเรือน 385 คน โดยจำแนกเป็นรายมิติ ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ 23 ครัวเรือน 32 คน มิติด้านความเป็นอยู่ 41 ครัวเรือน 62 คน มิติด้านการศึกษา 4 ครัวเรือน 4 คน มิติด้านรายได้ 213 ครัวเรือน 338 คน (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

โครงการ โคก หนอง นา

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านา คณะตรวจเยี่ยม นำโดย พลโท สมบัติ ธัญญะวัน นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยม โครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วยนายสุดสาคร เรืองวิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 รายงานการดำเนินโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” อารยวิถีใหม่ สู่ความอุดมสมบูรณ์ บนพหุวัฒนธรรม ที่โรงเรียนบ้านโป่งเกตุ ตำบลซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีนายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวต้อนรับแนะนำสถานที่สำคัญในจังหวัด (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)