วันนี้ (6 พ.ค.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีพร้อมกับ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอีเอส ร่วมจัดกิจกรรม สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการป้องกันภัยไซเบอร์และให้คําปรึกษา แนะนําจากการถูกหลอกลวง ในการทําธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรือภัยออนไลน์ต่าง ๆ ผ่านศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212 OCC) และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยมี นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.ชุติมา โชติธนาจินดา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 3, นายธนวัฒน์ ขันธวิชัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6, นายสุภีภัทร ภูมิภักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7, นางสุกรรณิการ์ นิสสะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4, นายอฤเดช แพงอะมะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 และนายจักรภัทร ชื่นชมกุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนมาก ที่ถูกหลอกลวงจากคนร้ายโดนใช้ช่องทางออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การส่ง sms ส่งแอพพลิเคชั่นต่างๆ มาให้ประชาชนโหลดเข้าไปแล้วก็ทำให้ถูกดูดข้อมูล แล้วก็หลอกให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ กระทรวงฯ เร่งสร้างความเข้าใจ เเละเตือนภัยประชาชนให้รู้เท่าทัน ให้ทุกคนระมัดระวัง ทางกระทรวงจึงมีการจัดตั้งเครือข่ายในการเตือนภัย ให้ความรู้ประชาชน เพื่อไม่ให้ถูกหลอกลวง แล้วถ้าคนที่ถูกหลอก หรือมีความเสียหาย ก็จะมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน หรือแจ้งความออนไลน์แล้ว ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงดีอีเอส ก็คือ 1212 หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1441 พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ ยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์ดังกล่าว

นอกจากนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความใส่ใจถึงความเดือนร้อนของประชาชน ได้มอบให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ออกไปสำรวจ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน เพื่อสำรวจความเดือดร้อน ปัญหาต่างๆ ที่พี่น้องประชาชนต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา แล้วเราสำรวจทุกจังหวัด ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทั่วประเทศ แล้วจะนำข้อมูลมารวบรวมแล้วก็เป็นแผนงานที่รัฐบาลจะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนต่อไป        

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการเน็ตประชารัฐ ในพื้นที่ที่อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการฟรี Wi-Fi  24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ ถึงผลประโยชน์ที่ได้รับกับชุมชนที่อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งที่วัดก็จะมีประชาชนมาใช้ระบบฟรี Wi-Fi ของโครงการเน็ตประชารัฐกันทุกวันเป็นจำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่มาทำบุญ แล้วก็มาปฏิบัติธรรมกัน ก็ได้ใช้ฟรี Wi-Fi กัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเมื่อก่อนหมู่บ้านนี้ อินเทอร์เน็ต ไฟเบอร์ บรอดแบนด์ ยังมาไม่ถึง ทางรัฐบาลก็ได้เดินสายไฟเบอร์มาแล้ว ทำให้ที่นี่มีอินเทอร์เน็ตใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หวังว่าประชาชนจะเข้ามาใช้โครงการมากขึ้น และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกคน ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน