สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สาบานตนต่อนายโลรองต์ ฟาบิอูส์ ประธานคณะมนตรีรัฐธรรมนูญ เพื่อรับตำแหน่งผู้นำฝรั่งเศสสมัยที่สอง อย่างเป็นทางการ โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายในทำเนียบ ปาแล เดอ เลลีเซ ในกรุงปารีส เมื่อวันเสาร์
#LIVE ????: #EmmanuelMacron receives the Legion of Honour which is the highest French order of merit, both military and civil ???????? pic.twitter.com/yukdwpD0Ca
— FRANCE 24 English (@France24_en) May 7, 2022

ทั้งนี้ มาครง วัย 44 ปี จากพรรคสายกลาง สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกในรอบ 20 ปี ที่ชนะการเลือกตั้งสองสมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีฌัก ชีรัก ชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2545 หลังเอาชนะนางมารีน เลอ แปน คู่แข่งคนสำคัญจากพรรคขวาจัด ในการเลือกตั้งรอบตัดสิน หรือรอบชิงดำ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา
???? “The French people have entrusted me,” with a second mandate, says Macron ????????
— FRANCE 24 English (@France24_en) May 7, 2022
“I know I have to live up to it. It’s a fragile trust, our values of liberty is under challenge,” Macron says before ending his speech ⤵️ pic.twitter.com/89doDoIjOG

หลังจากนั้น ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวถ้อยแถลงเล็กน้อย มีใจความสำคัญเกี่ยวกับ “การริเริ่ม” และ “การสร้างความเปลี่ยนแปลง” ท่ามกลางความท้าทายมากมายที่โลกและฝรั่งเศสกำลังเผชิญ พร้อมทั้งกล่าวเป็นนัยว่า การดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของตัวเอง “ไม่ใช่การสานต่อ” จากการดำรงตำแหน่งสมัยแรก เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เนื่องจากทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแสวงหาหนทางใหม่ที่สร้างสรรค์ และให้คำมั่นว่า การดำเนินนโยบายของเขาจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพและการให้เกียรติ
#LIVE ????: The 21-canon salute is followed by the French National Anthem called the "La Marseillaise" played on the Elysée Palace grounds as the newly re-inaugurated President Macron and his guests listen on ⤵️ pic.twitter.com/r00PScOMxZ
— FRANCE 24 English (@France24_en) May 7, 2022
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาภายในประเทศที่ยังคงค้างคา โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและสังคม ความเคลื่อนไหวทางการเมืองรายการต่อไป ที่ทุกฝ่ายในฝรั่งเศสยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้ และผลการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา กลับกลายเป็นว่า พรรคขนาดเล็กทำผลงานได้ดีกว่าพรรคใหญ่.
เครดิตภาพ : REUTERS



