นายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการ และโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสถานะของอดีตพระกาโตะ และการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช ว่า จากรายงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) นครศรีธรรมราช ยืนยันชัดเจนแล้วว่า อดีตพระกาโตะ ขณะบวชเป็นพระสงฆ์นั้น เป็นเพียงพระลูกวัด ไม่ได้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ ทั้งยังไม่มีตำแหน่งใดๆ ภายในวัด เป็นเพียงผู้ดูแลจัดการการก่อสร้างภายในวัดเท่านั้น ซึ่งวัดเพ็ญญาติ มีผู้รักษาการเจ้าอาวาส คือ พระราชวรญาณ วัดบุปผาราม ตามคำสั่งเจ้าคณะ ต.พิปูน เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2564

นายสิทธา กล่าวด้วยว่า ส่วนบัญชีที่อดีตพระกาโตะขอยืมเงินวัดไปนั้น พบว่าเป็นบัญชีชื่อวัดเพ็ญญาติ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว จะต้องเป็นเจ้าอาวาส หรือผู้รักษาการเจ้าอาวาส ร่วมกับไวยาวัจกรของวัด เป็นผู้เปิดบัญชีในชื่อวัดได้ ซึ่งทางผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เนื่องจากอดีตพระกาโตะ ไม่ได้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส จึงไม่มีอำนาจในการเปิดบัญชีธนาคารในชื่อของวัด นอกจากนี้ทาง พศ. ยังอยู่ระหว่างการหาแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลพระสงฆ์ที่ต้องอาบัติปาราชิก ไม่สามารถบวชใหม่ได้ เพื่อให้พระอุปัชฌาย์สามารถตรวจสอบข้อมูลก่อนได้ โดยจะต้องมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้พระสงฆ์ที่ปาราชิก แอบไปบวชใหม่ได้อีก