สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ว่าทีมงานของนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ แต่ทีมงานของมาร์กอส จูเนียร์ ให้เหตุผลว่า เหลือคะแนนที่ยังไม่ได้รับอีกไม่ถึง 2% และคะแนนของมาร์กอส จูเนียร์ นำอยู่ที่มากกว่า 31 ล้านเสียง ทิ้งห่างอันดับสอง คือนางเลนี โรเบรโด มากกว่าครึ่ง
Ferdinand “Bongbong” Marcos Jr. secured the largest vote share since his dictator father won a boycotted election 4 decades ago in the Philippines.
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) May 11, 2022
Here's what the landslide victory means, @dreocalonzo explains from Manila https://t.co/x42uT75Zj5 #Halalan2022 pic.twitter.com/ZJfVfjxvq8
ทั้งนี้ มาร์กอส จูเนียร์ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีคนแรก ซึ่งได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่า 50% ของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ และนำฟิลิปปินส์เตรียมกลับไปอยู่ภายใต้การบริหารประเทศ โดยตระกูลมาร์กอส เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติประชาชน ขับไล่รัฐบาลของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส บิดาของมาร์กอส จูเนียร์ เมื่อปี 2529

มาร์กอส จูเนียร์ หรือ “บองบอง” อดีตวุฒิสมาชิก วัย 64 ปี วิงวอนชาวฟิลิปปินส์ร่วมกันมองไปข้างหน้า ตัดสินตัวเขาจากการกระทำ ไม่ใช่สิ่งที่บรรพบุรุษของเขาเคยปฏิบัติและจบสิ้นไปแล้ว
Ferdinand Marcos Jr. will be the Philippines’ next president.
— AJ+ (@ajplus) May 10, 2022
His family history involves a dictatorship, billions of stolen dollars, thousands of designer shoes and murder.
But he calls that "fake news." pic.twitter.com/0Lmj33N31u
อนึ่ง การลุกฮือของชาวฟิลิปปินส์ในครั้งนั้น ทำให้รัฐบาลมาร์กอสสิ้นสุดการปกครองที่ยาวนาน 20 ปี และต้องเดินทางออกไปลี้ภัยในต่างประเทศ จนกระทั่งมาร์กอส จูเนียร์ สามารถเดินทางกลับมาได้ เมื่อปี 2534
นอกจากนี้ ทีมงานของมาร์กอส จูเนียร์ ยังเผยแพร่ภาพ การเดินทางไปยังสุสานแห่งชาติเพื่อเคารพศพของมาร์กอสผู้พ่อ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมที่รัฐฮาวายของสหรัฐ เมื่อปี 2532 แต่ครอบครัวต้องต่อสู้ยาวนานถึง 27 ปี เพื่อให้รัฐบาลฟิลิปปินส์อนุญาตการฝังศพของมาร์กอสที่สุสานแห่งชาติ ร่วมกับอดีตผู้นำคนอื่น เมื่อปี 2559.
เครดิตภาพ : REUTERS



