สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ผู้ประสานงานด้านกิจการอินโด-แปซิฟิก สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวถึงการประชุมสุยอด ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กับผู้นำจาก 8 ประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ยกเว้นฟิลิปปินส์และเมียนมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันคาดหวังการที่อาเซียน “จะมีบทบาทอย่างลึกซึ้งมากขึ้น” ในการพยายามนำเมียนมากลับคืนสู่ประชาธิปไตย หลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564
แคมป์เบลล์ กล่าวด้วยว่า สหรัฐมุ่งหวังให้อาเซียนติดต่อประสานงานกับทั้งรัฐบาลทหาร และรัฐบาลเงาซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้าน ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันชื่นชมการริ่เริ่มของอาเซียน ในการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษทางการทูต และมอบหมายให้เดินทางเยือนเมียนมา เพื่อส่งสารถึงบรรดานายพล เรียกร้องให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของฉันทามติ 5 ข้อ
U.S Indo-Pacific coordinator Kurt Campbell, speaking at the U.S. Institute of Peace, said the Biden administration would "encourage greater diplomacy" on Myanmar in meetings with the leaders of ASEAN in Washington this week.@Reuters#USASEANSummithttps://t.co/YUE2XWlR2m
— VOA Khmer (@voakhmer) May 11, 2022
นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับจีน ยูเครน และไต้หวัน เป็นหัวข้อที่ไบเดนต้องการหยิบยกขึ้นมาหารือกับอาเซียนเช่นกัน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่การสถาปนาอาเซียน เมื่อปี 2510 ที่ผู้นำอาเซียนรวมตัวกันที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน เนื่องจากการประชุมสุดยอดสหรัฐ-อาเซียน ครั้งแรก ในยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2559 นั้น จัดที่รีสอร์ตซันนีแลนด์ส ในเมืองแรนโชมิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ทั้งนี้ แคมป์เบลล์ กล่าวด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ตอกย้ำความสำคัญ และความจำเป็น ว่าสหรัฐคืแหนึ่งในพันธมิตรที่อาเซียนสามารถเชื่อมั่นได้ สหรัฐต้องไม่เอาตัวเองออกห่างจากภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และการแสวงหาช่องทางส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุมครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียนด้วย จะนำไปสู่การประกาศ “วิสัยทัศน์สหรัฐ-อาเซียน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



