มาโน โพลกิง กุนซือทีมชาติไทย ยอมรับว่า หากรอบรองชนะเลิศ ไปเจอ เวียดนาม ก็จะเสียเปรียบเพราะต้องย้ายสนามแข่งขัน แต่ก็เชื่อว่าจะชนะได้

ทีมชาติไทย เตะนัดที่ 3 ถล่ม กัมพูชา 5-0 ทำให้มีโอกาสเข้ารอบสูงมาก คะแนนกลุ่มนี้ มาเลเซีย 3 นัด 7 แต้ม, ไทย 3 นัด 6 แต้ม, สิงคโปร์ แข่งครบแล้วมี 5 แต้ม ตกรอบแน่นอน, กัมพูชา 3 นัด 3 แต้ม และ ลาว 3 นัด 1 แต้ม ตกรอบแล้วเช่นกัน

นัดสุดท้าย วันที่ 16 พ.ค. เวลา 16.00 น. มาเลเซีย พบ กัมพูชา และ เวลา 19.00 น. ไทย พบ ลาว โดย “ช้างศึก” โอกาสเข้ารอบสูงลิ่ว เพราะนำ กัมพูชา 3 แต้ม แถมผลต่างประตูได้เสียไทยดีกว่าถึง 10 ลูก อยู่ที่ว่า จะได้ที่ 1 หรือที่ 2 ของกลุ่มเท่านั้น

มาโน กล่าวว่า ความคาดหวังขั้นต่ำคือรอบรองชนะเลิศ ตอนนี้ใกล้เคียงมากๆ แล้ว แต่ว่าจากผลที่แพ้ในเกมแรก อาจจะทำให้ต้องเจอกับเวียดนามในรอบรอง เป็นงานที่หนักแน่นอน เพราะเวียดนามเป็นทีมที่ดีแถมได้เล่นในบ้านตัวเองอีกด้วย ถ้าจะผ่านไปให้ได้ต้องเล่นให้สมบูรณ์แบบที่สุด

กุนซือช้างศึก ย้ำว่า ไทยไม่กลัวจะเจอใครในรอบตัดเชือก ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรือทีมใดก็ตาม เพราะมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้ทุกทีม แต่ถ้าเจอเวียดนามจริง ทีมดาวทองจะได้เปรียบเพราะจะได้เล่นสนามเดิมต่อไป แต่ทีมชาติไทยก็พร้อมสู้ ไม่ว่าจะเจอใคร

มาโน กล่าวถึงเกมที่ถล่ม กัมพูชา ว่า กัมพูชาเป็นทีมที่ดี ส่วนไทยพยายามเล่นในแบบที่ทำกันมาตลอด ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยในจังหวะทีเด็ดทีขาด เพราะจะเห็นว่ากัมพูชามีโอกาสเหน่งๆ ถึง 3 หนแต่พลาดไปเอง กัมพูชา โดนยิงตั้งแต่ต้นเกม ทำให้แผนที่เตรียมมาพลาดหมด ส่วนการที่ไทย เปิดโอกาสให้ กัมพูชา มีโอกาสยิง ซึ่งเป็นจุดที่จะต้องไปแก้ไขเกมรับกัน ถ้าเข้ารอบลึกๆ จะพลาดแบบนี้ไม่ได้อีก

ส่วนอาการของ ชนภัช บัวพันธ์ ต้องรอเช็คอีกครั้งแต่หวังว่าจะไม่เป็นอะไรมาก ส่วนในนัดสุดท้ายกับลาว ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะจัดผู้เล่นแบบไหน เพราะถ้าหากคู่แรกมาเลเซียเสมอกับกัมพูชา ทีมชาติไทยก็ต้องเอาชนะเพื่อเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้เช่นกัน