เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ถึงการพัฒนาครูและนักเรียนให้มีความตระหนักรู้ทางด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) โดย สกมช. มีเป้าหมายให้ความรู้แก่เยาวชนขั้นพื้นฐานทุกระดับชั้นให้ได้ 100% ในการรับมือกับภัยไซเบอร์ ทั้งในเรื่องภัย Call Center การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) และการโต้ตอบกับการใช้วาจาสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ (Hate Speech) เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในระยะยาว ทั้งนี้ สกมช.มีภารกิจหลักในการสร้างระบบนิเวศที่เริ่มจากการพัฒนานักเรียนให้มีความรู้เรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ไปศึกษาต่อในพื้นที่ Sandbox โดยนักเรียนสามารถเข้าฝึกงานกับบริษัทที่ สกมช. ทำความร่วมมือด้วย และสามารถประกอบอาชีพสาขานี้เมื่อจบการศึกษาได้ ยกตัวอย่างประเทศเวียดนาม ได้มีการบรรจุ Cyber Security และ Cyber Bullying ไว้ในหลักสูตรการศึกษาของประเทศ และผลิตผู้ที่ประกอบอาชีพ Cyber Security ได้ปีละมากกว่า 1,000 คน ในขณะที่ประเทศไทยผลิตได้เพียง 200 คนต่อปี

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนระยะสั้น จะมีการส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีความตระหนักรู้และป้องกันภัยจาก Cyber Security จำนวน 2 ชั่วโมง ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) และถ่ายทอดสดผ่านระบบ OBEC Channel ทุกช่องทาง ในประเด็น 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) 2) การใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) และ 3) การรับมือกับภัยจาก Call Center มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูทุกคนที่สอนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และนักเรียนในระดับประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษา โดยมีสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ส่วนแผนระยะยาว จะมีการดำเนินการใน 2 ด้าน คือ การพัฒนาหลักสูตรเรื่อง Cyber Security มีลักษณะเป็นหลักสูตรอบรมในรูปแบบออนไลน์ และการบูรณาการในรูปแบบกิจกรรม เช่น Coding, STEAM, STEM, Digital Literacy โดย สพฐ. จะมีการวิเคราะห์เนื้อหาว่ามีความสอดคล้องกับหลักสูตรที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ซึ่งจะไม่เป็นการเพิ่มภาระกับครู แต่จะช่วยให้ครูมีสื่อการเรียนรู้ Cyber Security ที่ถูกต้องเหมาะสม และการสนับสนุนการแข่งขัน Cyber Security ซึ่งมีเป้าหมายเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาประมาณ 4,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ พัฒนาทักษะและประสบการณ์ ให้กลายเป็นเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเป็นการสนับสนุนการสร้างแรงงานออกสู่ตลาดแรงงานในอนาคต อีกทั้งเป็นการช่วยเพิ่มความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไปมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะเริ่มได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้