พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยคณะกรรมการลุ่มน้ำ และการอบรม “คณะกรรมการลุ่มน้ำและเครื่องมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่า ปัจจุบันเรามีคณะกรรมการลุ่มน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และองค์กรผู้ใช้น้ำ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถสะท้อนแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับลุ่มน้ำ จนถึงระดับประเทศ สอดคล้องตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว ทำให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเร่งดำเนินการจัดทําแผนแม่บทลุ่มน้ำให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ โดยบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมจัดทําแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะน้ำท่วมโดยดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดทําระบบเตือนภัยน้ำท่วม ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพอากาศและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ คณะกรรมการลุ่มน้ำยังต้องให้ความเห็นต่อแผนงานและโครงการที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้ง 6 ด้าน และแผนพัฒนาจังหวัด โดยใช้เครื่องมือกลไกระบบบูรณาการแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ (Thai Water Plan: TWP) รวมทั้งดำเนินการร่วมกับทุกหน่วยงานด้านน้ำและกรมประชาสัมพันธ์ ในการส่งเสริมและรณรงค์การสร้างจิตสํานึกให้กับประชาชนในเรื่องทรัพยากรน้ำทุกด้าน ตลอดจนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย

ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การมอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยคณะกรรมการลุ่มน้ำ ของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทําแผนแม่บทลุ่มน้ำ หรือการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง/น้ำท่วม ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมบูรณาการการทำงานให้การขับเคลื่อนภารกิจด้านน้ำ ทั้งในด้านการใช้น้ำ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมในทุกมิติ มีความสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง