สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าผลการศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่า การสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม2.5 (PM2.5) ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (cognitive decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควร


ผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า มลพิษทางอากาศ อาทิ พีเอ็ม2.5 โอโซนภาคพื้นดิน และไนโตรเจนไดออกไซด์ สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นพิษต่อระบบประสาท และอาจส่งผลเสียต่อสภาวะด้านความคิดความเข้าใจของมนุษย์


ทีมวิจัยนานาชาติที่นำโดย คณะนักวิจัยจีนจากโรงพยาบาลหัวซาน แห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในนครเซี่ยงไฮ้ ดำเนินการศึกษาข้างต้น โดยใช้ข้อมูลของผู้เข้าร่วม 31,573 คน ในแบบสำรวจไชนีส ลอนจิทูดินัล เฮลธ์ตี ลอนเจวิตี เซอร์เวย์ (Chinese Longitudinal Healthy Longevity Survey) ซึ่งเป็นแบบสำรวจด้านสุขภาพและความชรา และข้อมูลของผู้เข้าร่วม 1,131 คน จากกลุ่มการศึกษาเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์


บรรดาผู้เชี่ยวชาญพบว่า การสัมผัสฝุ่นพีเอ็ม2.5 ที่เพิ่มขึ้น 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขณะที่การสัมผัสโอโซนภาคพื้นดินและไนโตรเจนไดออกไซด์ ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง ทว่าไม่มีนัยสำคัญด้านการประมาณการ


ทั้งนี้ ผลการศึกษาระบุว่าการสัมผัสฝุ่นพีเอ็ม2.5 เป็นเวลานานส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยอาจอธิบายได้บางส่วนว่า การสะสมของสารแอมีลอยด์ (Amyloid) ในสมองบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ที่เพิ่มขึ้น.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA