นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าววว่า ตามที่ พศ.ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับ “หมอปลา” หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว ที่มีการบุกเข้าในกุฏิสงฆ์ ในหลายวัด โดยที่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ซึ่งทาง พศ.ได้มีการทำหนังสือแจ้งเบาะแส ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 9 พื้นที่แล้วนั้น ขณะนี้คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามที่ พศ.ได้ให้ข้อมูลไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแจ้งมาที่ พศ.ต่อไปว่าจะให้ไปดำเนินการแจ้งความในพื้นที่ใดบ้าง ส่วนมาตรการในการป้องกันไม่ให้พระภิกษุ สามเณร ประพฤติตัวไม่เหมาะสม รวมทั้งแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเดียวกับหมอปลาขึ้นอีกนั้น ทาง พศ.ได้กำชับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทำงานใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ เจ้าคณะผู้ปกครอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ฝ่ายปกครองในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือกับ กอ.รมน.ให้ใช้สายด่วน 1374 รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมพระสงฆ์ด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่า การดำเนินการในส่วนของคณะสงฆ์ ต้องให้คณะสงฆ์ดำเนินการกันเอง เพราะคณะสงฆ์มีสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน มีเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับชั้น จะไปให้ฆราวาสปกครองสงฆ์คงไม่ถูกต้อง

ผอ.พศ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มีการเสนอออกกฎหมายอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมทั้งการแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพิ่มโทษกรณีพระสงฆ์ที่ต้องอาบัติปาราชิกให้มีโทษทางอาญาด้วยนั้น ได้เคยมีการนำเสนอต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) แล้ว ซึ่ง มส.รับทราบ และมอบให้ พศ.ร่วมพิจารณา โดยมีนายอินทพร จั่นเอี่ยม รอง ผอ.พศ. เป็นตัวแทน พศ. เข้าร่วมพิจารณากับทางกรรมาธิการศาสนาฯแล้ว