ชูเอส กานเซโล แบ๊กจอมบุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลที่ผ่านมา สวมบทฮีโร่หลังช่วยป้องกันไม่ให้แฟนบอลรุ่นเยาว์วัย 10 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งมีอาการเป็นโรคออทิสติก ตกอยู่ในอันตรายจากการโดนแฟนบอลเหยียบ ในช่วงที่สาวก “เรือใบสีฟ้า” แห่งลงมาในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม หลังทีมเอาชนะ แอสตัน วิลลา 3-2 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ลีกไปครองได้สำเร็จ
ลอเรน กอร์ดอน แม่ของ โอลลี กอร์ดอน แฟนบอลรุ่นเยาว์คนดังกล่าว เผยว่าหลังจบเกม “เรือใบสีฟ้า” เฉือน “สิงห์ผงาด” ลูกชายของเธอกับคุณพ่อ เป็นหนึ่งในแฟนบอลนับพันที่แห่ลงไปในสนามเพื่อฉลองแชมป์ แต่หนูน้อย โอลลี เกิดพลัดหลงกับพ่อ และกำลังจะตกอยู่ในอันตรายจากการโดนแฟนบอลที่กรูกันลงมาในสนามเหยียบ แต่โชคดีที่ กานเซโล สังเกตเห็นก่อนจะอุ้มหนูน้อยเอาไว้ และคอยผลักแฟนบอลคนอื่น ๆ ออกไป ก่อนจะส่งตัวคืนให้พ่อของเด็กได้ในที่สุด

ลอเรน ผู้เป็นแม่ของเจ้าหนู โอลลี ซึ่งนั่งชมการถ่ายทอดสดเกมดังกล่าวทางทีวีอยู่ที่บ้านนั้น เผยกับ “แมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์” สื่อท้องถิ่นในเมืองแมนเชสเตอร์ว่า “โอลลี วิ่งลงไปในสนาม เขามีอาการป่วยเป็นออทิสติก และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตกอยู่ในอันตราย เขาแค่รู้สึกตื่นเต้นและเริ่มวิ่งไปเรื่อย ๆ ปกติเขาจะไปดูฟุตบอลที่สนามกับพ่อของเขาอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงหลัง ๆ ตอนนั้นฉันนั่งดูทีวีอยู่ และเห็น ลี ซึ่งเป็นพ่อของเขาวิ่งอยู่ในสนาม แต่ไม่เห็น โอลลี”
“ตอนนั้นฉันเริ่มกังวล และพยายามติดต่อพ่อของเด็ก ซึ่งเขาเห็นเหตุการณ์ที่ผู้รักษาประตูของ แอสตัน วิลลา (โรบิน โอลเซน) โดนทำร้ายห่างออกไปราว 1 ฟุตเท่านั้น ถ้าคุณดูคลิปเหตุการณ์นั้น คุณก็จะเห็นเขาวิ่งอยู่ในภาพด้วย มันทำให้เขาเริ่มกลัว จากนั้นเขาเห็น กานเซโล เลยวิ่งเข้าไปหา แล้ว กานเซโล ก็ดึงตัวเขาเข้ามาแล้วกอดเขาไว้ แล้วคอยผลักคนอื่นออกไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มันเต็มไปด้วยคนผลักกันไปมา”
“ก่อนหน้านี้ กานเซโล คือนักเตะคนโปรดอันดับ 2 ของ โอลลี แต่ตอนนี้เขาน่าจะเป็นเบอร์ 1 แล้ว และฉันก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาขอบคุณ กานเซโล เขาอาจไม่รู้ว่าการกระทำของเขามันสำคัญกับฉันขนาดไหน จากก้นบึ้งของหัวใจ ฉันไม่รู้จะเอ่ยขอบคุณเขาอย่างไรดีกับสิ่งที่เขาทำ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอยู่ราว 1 นาที ก่อนที่ โอลลี จะเห็นพ่อของเขา ผู้คนในประเทศของเรามักจะบ่นกับทุกเรื่องได้รวดเร็วและทันที แต่เราแทบไม่เคยเน้นย้ำความสำคัญของเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นกันเท่าไหร่นัก”



