นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงไทย ต่อยอด โครงการคนละครึ่ง ด้วยโครงการพอยท์เพย์ โดยเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสกว่า 45 ล้านราย  และ ลูกค้าไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตบ้านอีก 1.8 ล้านราย ที่มีคะแนนสะสม หรือ พอยท์ จากการใช้ซื้อสินค้าและบริการ นำมาแลกเป็นส่วนลด 2 พอยท์เท่ากับ 1 บาท ในการซื้ออาหารและเครื่องดิ่ม กับร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอย รถเข็น กว่า 4 แสนจุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าครองชีพในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและเป็นการช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ให้มียอดขายและรายได้เพิ่มมากขึ้น และช่วยส่งเสริมให้เกิดเงินหมุน ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

“แต่ละปีเอไอเอสตั้งงบไว้ 1,000  ล้านบาท เพื่อมอบสิทธิพิเศษรักษาฐานลูกค้า การจับมือกับกรุงไทยครั้งนี้ตั้งเป้าให้ ลูกค้าทั่วประเทศได้ใช้ พอยท์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านแอพถุงเงินที่ร้านค้าใช้ และขยายไปยังร้านค้าตามต่างจังหวัด ให้มากขึ้น จากที่ผ่านมาการแลกรับสิทธิประโยชน์ส่วนใหญ่ จะมีเฉพาะในเมือง เท่านั้น โดยตั้งเป้าหมายว่าในสิ้นปีนี้ จะมียอดคนใช้พอยท์ แลกเติบโตขึ้น 2-3 เท่าจากปัจจุบันที่มียอดแลกแล้วกว่า 100 ล้านพอยท์ เป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท รวมถึงขยายร้านให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1  ล้านร้านค้า”

นายธวัชชัย ชีวานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารมีฐานผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นเป๋าตังค์ประมาณ 34 ล้านคน เชื่อว่าจะสามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าจำนวนมากของเอไอเอสได้ โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่ใช้แอพพลิเคชั่นถุงเงิน 1.6 ล้านร้านค้า เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม 8 แสนร้านค้า และเป็นร้านที่รับพอยท์ของเอไอเอสแล้ว 4 แสนร้านค้า กระจายทุกพื้นที่ ถือเป็นครั้งแรกที่ร้านถุงเงินจะได้รับชำระเงินจากเอกชน โดยเฉพาะร้านเล็กๆ ขาย ลูกชิ้น หมูปิ้ง ร้านผลไม้ ฯลฯ โดยงินจะถูกโอนให้ร้านค้าในเวลา 10 โมงเช้าวันถัดไปทันที โดยในอนาคต มีแผนขยายไปยังร้านของชำ และสินค้าบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยสามารถใช้พอยท์แลกได้สูงสุด 1,000 แต้ม ต่อร้านค้าต่อครั้ง แต่สามารถแลกวันละกี่พอยท์ ก็ได้.