เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกําหนดออกตตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) โดยมีใจความสำคัญ คือ การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังคงบังคับใช้ไปต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ กิจกรรมที่ได้รับยกเว้น กิจกรรมหรือการรวมกลุ่มของบุคคลดังต่อไปนี้สามารถจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต คือ กิจกรรมเกี่ยวกับการขนส่งหรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ การขนส่งประชาชนเพื่อเดินทางไปหรือออกจากที่เอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ศูนย์พักคอยรอกํารส่งตัว หรือสถานที่เพื่อการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในช้ันแรก
รวมถึงกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข กิจกรรมเกี่ยวกับการให้บริการการให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน การรวมกลุ่มของบุคคลตามปกติในที่พักอาศัยสถานที่ทำงาน การประชุมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการออกกำลังกายในสถานที่ตามที่ทางราชการกำหนด และกิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นกิจกรรมที่จัดโดยองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวหรือกิจกรรมตามที่ศปม.กำหนด
ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานก่อสร้างในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในปริมณฑล นครปฐม นนทบุรีสมุทรปราการ ปทุมธานีและสมุทรสาคร พิจารณาปรับมาตรการ เพื่อให้พื้นที่หรือสถานที่ก่อสร้างดัดแปลงหรือ หรือรื้อถอนอาคาร สถานที่พักอาศัยชั่วคราว สำหรับแรงงานงานก่อสร้างและการเดินทางเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยให้เปิดดำเนินการได้ภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะไม่ใช้บังคับกับพื้นที่สถานที่หรือกิจกรรมที่มีประกาศหรือคำสั่งปิดหรือห้ามดำเนินกิจกรรมเนื่องจากปรากฏการแพร่ระบาดแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายกรณี
อย่างไรก็ตาม การปรับเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและการเดินทางของกลุ่มแรงงานก่อสร้างในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลให้ ศบค.มท. ศปม. กรุงเทพฯและจังหวัด ปริมณฑล พิจารณาผ่อนคลายมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าออกของแรงงานก่อสร้างที่เดินทางข้ามเขตจังหวัดในเส้นทางคมนาคม ให้สอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลายและมาตรการควบคุมรวมถึงป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ขณะเดียวกันการบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดเป็นระยะเวลาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ส.ค.โดยให้ประเมินสถานการณ์ความเหมาะสมตามข้อกำหนดนี้ทุกห้วงระยะเวลา 14 วัน ท้ังนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.2564 เป็นต้นไป.



