นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่าพบการแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ในหลายพื้นที่ของจังหวัดชัยภูมิ รวมกว่า 10 อำเภอ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบโคป่วยรวมกว่า 357 ตัว และล่าสุดมีโคป่วยตายถึง 65 ตัว จากวัวในฝูงทั้งหมดกว่า 2,192 ตัว มีเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวได้รับผลกระทบ 239 ราย ทำสถิติสูงสุดในประเทศไทย ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ต้องระดมกำลังเร่งออกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและยากำจัดแมลงในฟาร์มโค รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้แก่สัตว์กลุ่มเสี่ยงรอบจุดที่พบโรคในรัศมี 5 กิโลเมตร แล้ว

ปัจจุบันสถานการณ์ของโรคลัมปี สกินของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จนปัจจุบัน พบสัตว์ป่วยใหม่เพียง 2,002 ตัว ซึ่งสัตว์ป่วยนั้นส่วนใหญ่เป็นลูกสัตว์ที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีน และไม่ได้มีการแพร่กระจายในวงกว้าง ซึ่งหากเปรียบเทียบจำนวนสัตว์ป่วยรายเดือนของปี 2565 เทียบกับปี 2564 พบว่ามีจำนวนลดลงมากถึงร้อยละ 116.7 โดยในปี 2564 พบค่าเฉลี่ยรายเดือนของจำนวนสัตว์ป่วยทั้งประเทศจำนวน 39,278 ตัว แต่ในปี 2565 ค่าเฉลี่ยรายเดือนของจำนวนสัตว์ป่วยทั้งประเทศจำนวน 334 ตัว โดยที่ผ่านมาตั้งแต่การระบาดของโรคลัมปี สกิน ในปี 2564 กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมป้องกันโรค

กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรจากงบกลางจำนวน 203,107,702 บาท พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโดยใช้งบประมาณทดลองราชการแล้ว 52,389 ราย โค-กระบือ 58,089 ตัว วงเงิน 1,221,823,020 บาท อยู่ระหว่างการช่วยเหลืออีก 1,596 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.82 ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้อยู่ระหว่างการของบประมาณเพิ่มเติมจากงบกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรในบางพื้นที่เพิ่มเติม จำนวน 203,107,702 บาท

อย่างไรก็ตามหากพบสัตว์แสดงอาการน่าสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารงานส่วนตำบลในพื้นที่ หรือโทรแจ้งสายด่วนของกรมปศุสัตว์ที่เบอร์โทร. 06-3225-6888 หรือผ่านแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันท่วงที