วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่อาคารจามจุรีสแควร์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เชิญสื่อมวลชนฟังข้อมูลและพูดคุยกับ นาย ซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป ในโอกาสที่เทเลนอร์ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 25 ปี ในการดำเนินธุรกิจในเอเชีย โดย นายซิคเว่ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามี คำถามจำนวนมาก ถึงการควบรวมกับทรู และการที่เทเลนอร์ กรุ๊ป จะถอนการลงทุนจากไทย โดยขอยืนยันว่า เทเลนอร์กรุ๊ป จะไม่ถอนตัวออกจากประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย โดยยังมองเรื่องการทำธุรกิจออกไปในอีก 20 ปีข้างหน้าด้วย
ซึ่งการควบรวมกับ กลุ่มทรู เพื่อการสร้างบริษัทเทเลคอม เทค และจะเป็นบริษัทใหม่ เป็นการนำส่วนที่ดีของ 2 องค์กรมาปรับใช้ เพื่อให้เกิดการเติบโต และจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและลูกค้าในอนาคต
ทั้งนี้การแข่งขัน ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนไปคู่แข่งจะไม่ใช่แค่บริษัทโทรคมนาคมที่เป็นผู้นำตลาดในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมีแพลตฟอร์มระดับโลก อย่างอเมซอน กูเกิล และ ไมโครซอฟท์ ฯลฯ ที่จะเข้ามาเป็นทั้งพันธมิตร และคู่แข่ง ซึ่งการควบรวมเพื่อจะมีบริษัทใหม่ เป็นบริษัท เทเลคอม เทค ที่มีความแข็งแกร่งและแข่งขันได้ ทั้งในประเทศและผู้ล่นระดับโลก
“สิ่งที่เทเลนอร์พยายามสร้างขึ้นในประเทศไทยไม่ใช่แค่บริษัทโทรคมนาคม เรากำลังพยายามสร้างบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งใหญ่ เกิดการลงทุนใหม่ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่จะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ธุรกิจ และ สตาร์ทอัพ ที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้”
นายซิคเว่ กล่าวต่อว่า สำหรับในเรื่องที่กังวลว่าตลาดจจะไม่มีการแข่งขัน ต้องทองสองมุมการมีผู้เล่นที่แข็งแกร่ง และอ่อนแอ จะทำให้สู้ไม่ได้ แต่เมื่อควบรวมจะทำให้จะทำให้มี 2 บริษัทที่แข็งแกร่งจะทำให้เกิการแข่งขันอย่างทัดเทียม และเชื่อว่าทางเอไอเอส ก็ต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันเช่นกัน สำหรับเรื่องราคาก็มีกฎระเบียบของ กสทช.ใช้ควบคุม ราคาค่าบริการได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซึ่งหากอนุญาตให้ควบรวมก็คาดว่า กระบวนการจัดตั้งบริษัทใหม่ จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยในช่วงบ่ายวันนี้( 30 มิ.ย.) จะเข้าไปพบ คณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่
ด้าน นายเยอเก้น โรสทริป ประธานาผู้บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ของ เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า เชื่อว่าการควบรวม ระหว่างดีแทคและทรูจะสร้างบริษัทที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถลงทุนและมีส่วนสนับสนุนในการพัฒนาดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทยสู่อนาคต ถือเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะขับเคลื่อนไปสู่การเติบโต 2.0 และทำให้ประเทศอยู่ใน แนวหน้าของภูมิภาค



