สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่านายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ สาบานตนเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 17 ของฟิลิปปินส์ ในพิธีซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในกรุงมะนิลา โดยเป็นการรับมอบอำนาจจากนายโรดริโก ดูเตร์เต

ทหารเกียรติยศคุ้มกันอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ในพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์


สำหรับแขกกิตติมศักดิ์ในพิธีสาบานตน รวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัวมาร์กอส นำโดยนางอิเมลดา มาร์กอส และ น.ส.ซารา ดูเตร์เต-คาร์ปิโอ รองประธานาธิบดี บุตรสาวของอดีตผู้นำฟิลิปปินส์


ผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่กล่าวในช่วงหนึ่งของการปราศรัยรับตำแหน่ง ยืนยันการฟื้นฟูความปรองดองและความสมานฉันท์ให้กับสังคมฟิลิปปินส์ทุกหมู่เหล่า โดยมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบาย “ที่สร้างผลประโยชน์” ให้แก่ประชาชนทุกคน และขอบคุณคะแนนเสียงสนับสนุนจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 31 ล้านคะแนน ว่าคือ “ความชอบธรรมจากการเลือกตั้งครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์การเป็นประชาธิปไตยของฟิลิปปินส์”

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ และ น.ส.ซารา ดูเตร์เต-คาร์ปิโอ รองประธานาธิบดี


ทั้งนี้ มาร์กอส จูเนียร์ ให้คำมั่นการเร่งแก้ไขปัญหาปากท้อง การปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน เจ้าตัวกล่าวว่า เขา “ไม่มีข้อแก้ตัวใด” กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในสมัยที่ฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้เป็นบิดา และขอให้ชาวฟิลิปปินส์ “อย่าหวาดกลัว” ในตัวเขา และ “อย่าโกรธแค้นและจมปลักอยู่ดับอดีต” ทว่าขอให้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แถลงหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ


อนึ่ง การเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งนี้ถือได้ว่า ฟิลิปปินส์กลับไปอยู่ภายใต้การบริหารประเทศ โดยตระกูลมาร์กอส เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติประชาชน ขับไล่รัฐบาลของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส บิดาของมาร์กอส จูเนียร์ เมื่อปี 2529.

เครดิตภาพ : REUTERS