สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ซึ่งปีนี้ประชุมกันที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย มีมติร่วมกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้องการยุติสงครามในยูเครน และขอให้รัสเซียยุติการปิดล้อมเส้นทางการขนส่งธัญพืชออกจากทะเลดำ และทะเลอาซอฟ เพื่อบรรเทาความวิกฤติของห่วงโซ่อาหารโลก

นางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ต้อนรับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย


อนึ่ง ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ใช่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของการประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า ไม่มีการถ่ายภาพหมู่ ที่ประชุมไม่มีฉันทามติร่วมกัน และไม่มีการบรรลุข้อตกลงในประเด็นใด โดยการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจี20 ที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย พบหน้ากับบรรดารัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศตะวันตก ซึ่งมีจุดยืนตรงข้ามกันในเรื่องยูเครน


ทั้งนี้ ลาฟรอฟเข้าร่วมการประชุมช่วงแรก ที่ต่อมาเจ้าตัวกล่าวว่า บรรดารัฐมนตรีของกลุ่มประเทศตะวันตก “เจตนา” และพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากหัวข้อที่มีการกำหนดไว้เดิม มาเป็น “การวิพากษ์วิจารณ์อย่างบ้าคลั่ง” ต่อรัสเซีย


ขณะที่นายโฮเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของรัสเซียไม่เข้าร่วมการประชุมช่วงที่สอง โดยมีเพียงการอ่านแถลงการณ์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วเดินออกไปทันที การแสดงออกเช่นนี้ “ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน”

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ


ด้านนางเรตโน มาร์ซูดี รมว.การต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวว่า แม้ไม่เป็นทางการ แต่ลาฟรอฟและนายแอนโทนี บลิงคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ สนทนากันแบบตัวต่อตัว ระหว่างการประชุม แต่เธอปฏิเสธขยายความ ว่าทั้งสองคนพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องใด


อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟและนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน พบหารือกันอย่างเปิดเผย นอกรอบการประชุมจี20 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยแสดงจุดยืนร่วมกัน ว่าไม่เห็นด้วย กับการที่บางประเทศเจตนาหลบเลี่ยงกฎระเบียบของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้วใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว นอกจากนี้ หวังกล่าวถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีน “ที่เป็นเอกเทศ” และ “ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม”.

เครดิตภาพ : REUTERS