ถูกสนใจอย่างมากมายสำหรับกรณีการเสียชีวิตของตลกดัง โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ที่จากไปอย่างสงบหลังเข้าโรงพยาบาลด่วน เนื่องจากการรักษาโรคเรื้อรังเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจ อาลัยของคนไทยทั้งประเทศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดในรายการ DAILY POPS ได้สัมภาษณ์ความรู้สึกสดๆ ของ เฮงเฮง เชิญยิ้ม ลูกชายของโป๊งเหน่งถึงวินาทีสูญเสียและสภาพจิตใจของคนในบ้านแบบสดๆ


เฮงเฮง เผยว่า “สภาพจิตใจผมหลังเสียคุณพ่อไปเมื่อวานก็เสียใจมากครับ ครอบครัวเสียใจกันทุกคน แต่ก็ต้องรีบดำเนินงานต่อ ทุกอย่างฉุกละหุกมาก ทั้งเรื่องเตรียมงานคุณพ่อ รับคุณพ่อมาที่วัด เมื่อคืนไม่ได้นอนกันทั้งคืนเลย เตรียมความพร้อมกันทุกอย่าง เสียใจแต่โชคดีที่คุณพ่อหลับแล้วไป ไม่ทุกข์ทรมานครับ เรื่องอาการป่วยของคุณพ่อ จริง ๆ แล้วพื้นฐานพ่อเป็นคนมีความเชื่อที่ผิด ต้องบอกทุกคนว่าอย่าทำแบบนี้นะครับ ป่วยแล้วอยากกินอะไร กินเต็มที่ ป่วยแล้วรอตายทีเดียว อย่าทำแบบคุณพ่อเด็ดขาด เปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะว่ามันหนักมาก บอกเขามาหาหมอ เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น อยากรู้ทีเดียวแล้วจบเลย นี่เป็นนิสัยของเขา เราไม่รู้ว่าจะห้ามเขายังไงที่จะพาเขาไปโรงพยาบาลได้ จนมาหนัก คือ เป็นวัณโรค ปอดทะลุ เขาสูบบุหรี่มาก ไอเป็นเลือด ไม่ไหวแล้ว ถึงยอมเข้าโรงพยาบาล รักษาจนหาย ต่อมาก็รู้ว่าเป็นเบาหวาน ก็รักษากันไป ห้ามเขายากเรื่องการกิน ดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่า คอยห้ามเขา ก็มีทะเลาะกัน พ่อกินรสจัดด้วย กินเค็มมาก เขาไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเลย เขาทำให้สุดเต็มที่ หาความสุขให้ตัวเอง ลูกเมีย จนพอมาเป็นไต หมอบอกมาช้ามาก ทำไมถึงปล่อยให้เป็นขนาดนี้”

“ตอนคุณพ่อป่วยหนัก หนักถึงขนาดหนาวสั่นจนหามเข้า รพ.ครับ ตอนนั้นอยู่อาศรมท่านฤาษีเณร ท่านฤาษีเณรพากันหามเข้า รพ. พ่อถึงจะยอมเข้า พอเช็คดู รู้เลยว่าเป็นไต รักษายังโอเคอยู่ เหมือนกลับมาได้ แล้วมาเป็นหนักอีกทีตอนเข้าโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตอนนั้นหนักเลยครับ ติดเตียง เกิดสภาวะบวม ท้องบวม บวมน้ำ เหมือนคนหนัก 100 กว่าโลเลยครับ จนขับน้ำออกเรื่อย ๆ จนผอม ทีนี้เจอหลายอย่างเลย เบาหวาน ความดัน ไตวาย ไตเหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น เลือดไม่สามารถหล่อเลี้ยงเข้าไปในหัวใจได้ จากนั้นก็ฟอกไตมาประมาณ 2 ปี จนอาการไม่ดีขึ้นเลย จนร่างกายทรงตัว เป็นแผลที่ขา พอผ่าตัดจะส่งผลต่อหัวใจ จะบายพาสหัวใจก่อนก็กลัวร่างกายคนไข้ไม่พร้อมรับการผ่าตัด ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันไปหมด หมอบอกว่าคนไข้สามารถหยุดหายใจได้ตลอดนะ ตอนนั้นเราก็ตกใจ แต่ยังไม่เห็นเขาเป็นอะไรนะ เขาฟอกไตปกติ แค่ไม่มีแรง”

เฮงเฮง เล่าต่อว่า “ตอนหมอบอกให้ทำใจประโยคนี้หมอบอกตอนน่าจะประมาณ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ จนมาถึงวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ช่วงเช้า ตอน 8 โมงครึ่ง พ่อมีอาการหายใจไม่ออก เอายาดมให้พ่อ ถามพ่อไหวมั้ย เขาบอกไหวอยู่ ผมดูอยู่รู้ว่าเขาไม่ไหวแล้วแต่เขาไม่บอก ตาเขาลอยแล้ว เขาเหมือนขอตาย เห็นลูกกับเมียที่นี่ ไม่อยากไปที่ รพ.แล้วไม่เห็นใคร รีบโทรฯ บอกให้รถ รพ.มารับ รพ.บางปะอิน มารับ ตรวจเข้าห้องฉุกเฉินเบื้องต้นพบว่าน้ำตาลต่ำ ตั้งแต่วันที่ 9 เป็นต้นมา เหมือนคนไม่ได้สติ นอนหลับ เขาบอกว่าคนไข้หนักมากนะ คุณพ่ออยู่ได้ถึงขนาดนี้เก่งมากแล้ว จากที่ดูโรคของคุณพ่อ คุณพ่อสู้มาก แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ญาติต้องทำใจแล้วนะ นี่เลยเป็นที่มาของประโยคคุณหมอ ที่ผมมาบอกทุกคนคือผมอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ สื่อมวลชน พี่ๆ วงการตลก ทุกๆ คนเลย ต้องกราบประทานอภัยด้วย ที่ไม่ได้ส่งข่าวสาร มันเป็นความประสงค์ของคุณพ่อ คุณพ่อไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะเขา เราทำของเรา เอาเท่าที่ไหว ทำให้เต็มที่ แต่ก็ไม่ใช่หยิ่งหรือร่ำรวยอะไรนะครับ เป็นเจตนาของคุณพ่อจริงๆ อีกอย่างด้วยความที่คุณพ่อป่วยหนัก แม่ก็เป็นหนักไปด้วย เราเลยต้องดูแลทั้งแม่ทั้งพ่อ ต้องขออภัยจริงๆ ครับ พี่ๆ หลายคนแนะนำให้เปิดบัญชีบริจาค คุณพ่อก็ไม่ต้องการ ถ้าต้องทำแบบนี้เอาความสามารถไปแลกดีกว่า จ้างงานดีกว่า เขาไม่บอกใครว่าฝากฝังผม แต่เขาคอยดูตลอด อยากให้ผมเก่งด้วยตนเอง อยากให้เก่งอย่างที่เขาเก่ง (ร้องไห้) ฝากพี่ๆ ด้วยละกันครับ ถ้าให้โอกาสผมไปทำงาน จะทำให้เต็มที่ มีเงินเหลือจะเอามาดูแลน้องดูแลแม่ต่อไปครับ”

“เรื่องคุณแม่ตอนนี้ท่านรู้แล้วครับ คือก่อนหน้านี้จะไม่ให้แม่เล่นโซเชียลเลย แต่จะเน้นอ่านให้ฟัง บอกให้ฟังว่ามีคนคอมเมนต์ให้กำลังใจเยอะนะ นักข่าวลงแบบนี้นะ เป็นกำลังให้นะ ทุกคนถามถึงแม่ตลอดเลยนะ พยายามเล่าสิ่งดี ๆ ไม่อยากให้ดูเอง ข่าวต้องลงเป็นรูปพ่อแล้วเขาจะสะเทือนใจมาก ๆ วันที่ 10 ต้องมาบอกแม่ คนรอบข้างรู้หมด พ่อรอแม่กลับก่อนแล้วค่อยไป เขารู้ว่าแม่ต้องรับไม่ได้แน่ ลำบากใจตรงผมบอกน้องๆ ว่าไปอยู่ใกล้ๆ แม่ ผมจะกลับมาบอกแม่ ผมจะเป็นคนพูดเองว่าพ่อไปแล้วนะ แม่ก็ทรุดแล้วพุ่งกอดผมแน่นมาก บอกไม่อยากได้ยินคำนี้เลย ผมสงสารแม่มากครับ แม่พูดถึงคุณพ่อ ท่านบอกว่าเขาบอกว่า แม่จะอยู่ได้ยังไง ไม่มีพ่อแล้ว ผมก็บอกไปว่าไม่ต้องห่วงนะ บอกพ่อไปแล้วไม่ต้องห่วงแม่ เฮงกับทุกคนจะดูแลแม่เอง ถ้าพ่อจะไปพ่อไปได้เลย แม่จะอยู่กับลูกนี่แหละ ลูกจะดูแลเอง”

“เรื่องภูมิใจในความเป็นลูกคุณพ่อ จริงๆ บ้านผมสลับกันครับ ลูกชายจะสนิทกับแม่ ลูกสาวจะสนิทกับพ่อ ผมกับพ่อจึงไม่ได้แสดงความรักกันมากเท่าไหร่ แต่รักเขาครับ รู้ว่าเขาก็รัก เขาไม่เคยยกยอปอปั้นผม ว่าผมด้วยซ้ำว่าต้องเก่งกว่านี้ เขาไม่เคยชมผมเลย รู้สึกน้อยใจครับ มารู้ทีหลังจากแม่ เขาบอกชมไม่ได้ เป็นตลกห้ามชม หยุดไม่ได้ เขาภูมิใจในตัวเรา บอกกับแม่ แต่ผมไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย พิธีการในวันนี้คืออย่างที่แจ้งไปทางโซเชียลแล้วนะครับ ว่ารดน้ำศพบ่ายสาม ฟังสวดอภิธรรมตอนทุ่มครึ่ง ฟังสวดจะมีไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 16 ทุ่มครึ่งนะครับทุกวัน ใครสะดวกวันไหนก็เรียนเชิญครับ ฝากประชาสัมพันธ์พี่ๆ สื่อมวลชนด้วยครับ คืนวันที่ 16 จะเป็นเวทีใหญ่ อาจจะรวมกันเยอะหน่อย วันที่ 17 เป็นวันฌาปนกิจ พี่ๆ น้าๆ ที่จะเอาเวทีมาช่วย แล้วแต่สะดวกทุกคนครับ”

“สภาพจิตใจของแม่ เมื่อคืนก็นอนกอดเขาทั้งคืนครับ บอกเขาว่าเราต้องรีบหายนะแม่ เราต้องเดินหน้าต่อ เรารอไม่ได้ งานเงิน ชีวิตต้องดำเนินต่อไป วันนี้ดีขึ้นครับ เห็นกำลังใจจากทุกคน จะไม่ให้เล่นมือถือเลยครับ ตอนนี้พยายามให้แม่กินข้าวอะไรให้พร้อมครับ เรื่องความรักจากแฟนๆ ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนนะครับ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณแฟนคลับทุกคน ขอบคุณจริงๆ รู้เลยว่าคนรักคุณพ่อเยอะมาก พยายามอ่าน พยายามดูทุกคน อาจจะตอบไม่ทันบ้าง ขออภัยตรงนี้ด้วย ขอบคุณพี่สื่อมวลชนที่ติดตามสอบถาม รวมถึงพี่ๆ วงการตลกด้วย ที่สอบถามอาการตลอด น้านุ้ย เชิญยิ้ม ลุงโน้ต ลุงโย่ง ลุงเป็ด คนที่อยู่ใกล้ตัวทั้งหมด ขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆ ครับ ส่วนที่อยากจะบอกพ่อ ผมก็พิมพ์ไปในเฟซบุ๊กหมดแล้ว พ่อคงไปอยู่ข้างบน อยากให้พ่อคอยส่งพลัง ความตลก ความฮาของพ่อมาให้ผม เวลาที่ผมไปทำงาน ขอให้เฮงมีชื่อเสียงแค่ครึ่งเดียวของพี่ เก่งเหมือนพ่อก็โอเคแล้ว ให้พ่อคอยเอาใจช่วย ดูเฮงจากข้างบนก็แล้วกัน ดีใจที่ทุกคนรักพ่อโป๊งเหน่ง ดูแลเมตตาครอบครัวเรา ขอบคุณ Daily Pops ด้วยครับ แล้วก็ฝากไว้ด้วยครับ ใครพอจะมีโอกาส ช่องไหน โซเชียลไหนทำรายการอะไร พอจะมอบโอกาสให้ผม ผมจะทำให้เต็มที่ครับ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม