เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการนำเสนอผลการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากกระทรวงมหาดไทย โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นี่คือหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล มุ่งแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งจะต้องทำอย่างต่อเนื่องและตามขั้นตอน โดยเริ่มที่ขั้นตอนแรก จะต้องอยู่รอดอย่างปลอดภัยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และนำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งจะต้องได้รับการพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับได้รับการส่งเสริมการเข้าถึงบริการภาครัฐ ทั้งเรื่องการศึกษา การตลาดทางออนไลน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาความยากจนใน จ.เพชรบูรณ์ พังงา สุราษฎร์ธานี และอำนาจเจริญ ถือว่ามีความคืบหน้าในตัวอย่างนำร่องก่อนที่จะขยายไป 77 จังหวัด ย้ำว่าเป็นการมองการแก้ปัญหาในอนาคต ไม่ได้เป็นการให้เงินสงเคราะห์อย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับ 3 แกนหลักของรัฐบาลนี้ ที่ได้ทำตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย 1.การทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ซึ่งตนเองได้เข้ามาแก้ปัญหาตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง หางบประมาณเพื่อมาดูแลประชาชน 2.การเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และ 3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้บางทีหลายคนไม่รู้​ จึงฝากสื่อทำความเข้าใจด้วย ทั้งหมดนี้คือหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ในการแก้ปัญหาความยากจนซึ่งต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ทีเดียวแล้วจบเลย วันนี้เราทำทีละขั้น​ ขั้นแรกให้อยู่รอด​ปลอดภัยและยั่งยืน​ ซึ่งการไปสู่การยั่งยืนต้องพัฒนาตัวเองไปด้วย​ วันนี้เป็นความก้าวหน้าของ 4 จังหวัดมาเป็นตัวอย่างให้เห็น แต่ความจริงเราทำหมด 77 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพ​ฯ นี่คือสิ่งที่เรามอง​ว่าจะทำอย่างไร​ ถ้าแก้ปัญหาเดิมๆ​ให้ไปเรื่อยๆ​เขาก็จะอยู่แบบนี้​ไม่มีทางดีขึ้น​เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้คิดออกมา​และเพิ่มจาก​ 3​ เรื่องหลักที่ ตนพูดไปแล้วและทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา​คือเรื่อง​ทำอย่างไรให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้​เป็นสิ่งที่ตนมองตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเป็นนายก​ฯ คือการหารายได้เข้าประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง​เพื่อเอาเงินมาดูแลกลุ่มอื่น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ถ้าเรามองด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันก้าวหน้ามามากในระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา มันต้องทำให้ต่อเนื่องเท่านั้นเอง เราต้องกลับไปย้อนดู ส่วนเรื่องการขอสร้างอะไรก็ว่าไป ส่วนยอดทั้งหมดนี้เป็นยอดจากการเดินสำรวจจริง บางครั้งคนเหล่านี้ออกจากภูมิลำเนามาทำงานที่อื่นในจังหวัดอื่น ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการ ที่ต้องดูเรื่องน้ำให้เพียงพอต่อการเกษตรการใช้น้ำใต้ดินบนดินอะไรก็แล้วแต่ แต่วันนี้ต้องเดินหน้าไปสู่เรื่องพลังงาน เพราะจะเห็นแล้วว่าปัญหามันเยอะมาก ทำให้เกิดผลกระทบหลายๆอย่างด้วยกัน 

“…ขอขอบคุณทุกคน นี่คือประเทศไทยของเรา อยู่กันแบบนี้ช่วยกันแบบนี้เดี๋ยวก็ไปได้ มันแก้ปัญหาได้หมด ดีกว่าที่จะสร้างความขัดแย้ง มันแก้อะไรไม่ได้ ผมขอฝากไว้ด้วย วันนี้ขอบคุณทุกคน ขอบคุณรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ว่าฯ ทั้งที่มาแล้วไม่ได้มา ทุกคนเก่งมาก นายกฯให้นโยบายไปแล้วก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าจะทำได้อย่างที่เราคิดหรือเปล่า ผมก็คุยกับท่านรัฐมนตรีมาตลอด ก็ปรากฏว่าทำสำเร็จในระยะแรก แต่ไม่ใช่ทำครั้งเดียวเลิกต้องดูกันต่อไป มีพี่เลี้ยงเดินตามหมด อะไรที่ทำไว้แล้ว จะทำต่อหรือเปล่า ทำได้หรือเปล่า มีรายได้เพิ่มขึ้น หลายกระทรวงลงไปช่วยกันทั้งหมดไม่ใช่แค่กระทรวงมหาดไทย แต่มีงบประมาณของแต่ละกระทรวงไปเติม สิ่งดีๆมันเกิดขึ้นเยอะแล้วจะบอกให้อย่ามัวแต่ทะเลาะกันอยู่…” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว