เกษตรกร ปลูกเมล่อนในโรงเรือน แบบหมุนเวียน มีกินมีจำหน่ายทั้งปี การันตี ความหวาน กรอบ จำหน่ายทั้งหน้าสวน และ ออนไลน์ กิโลกรัมละ 65-80 บาท สร้างรายได้ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูแล้ง พืชหลายชนิดต้องประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ยังมีพืชที่ยังสามารถปลูกได้ อย่างเช่น เมล่อน ของ สวนน้ำเพชรฟาร์มเมล่อน ในหมู่ 7 บ้านมาบแฟบ ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่เกษตรกร ยังสามารถปลูก และตัดจำหน่าย สร้างรายได้ดีในช่วงฤดูแล้งและตลอดทั้งปี 

นายราม พลวัน เจ้าของของสวนน้ำเพชรฟาร์มเมล่อน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำอาชีพเกี่ยวกับหาสินค้าการเกษตรป้อนให้กับตลาด ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กฎของการเดินทางเพื่อหาสินค้าเกษตรมีช่องทางยากขึ้น ประกอบกับอยากกลับมาใช้ชีวิตต่างจังหวัด จึงหันมาทดลองปลูกเมล่อน ตอนแรก ปลูกนอกโรงเรือน แต่ด้วยทั้งโรคและแมลงที่รบกวน จึงไม่ได้ผลผลิต ก็เริ่มศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก และจากกลุ่มคนปลูกเมล่อน พบว่า เมล่อนในโรงเรือนนั้นสามารถปลูกได้ผลผลิตดีและปลูกได้ทั้งปี

โดยปัจจัยของการปลูกได้ทั้งปีแบบหมุนเวียน ก็คือ การบำรุงดินให้ได้คุณภาพทางสวน มีการเตรียมดินเนื่องการปลูก เมล่อน แบบ หมุนเวียน จำเป็นต้องมีการบำรุงดิน ให้เกิดคุณภาพ ซึ่งทางสวน ทำการเตรียมดินเองด้วยสูตรของทางสวน เพื่อให้ต้นเมล่อนได้มีคุณภาพ และเจริญให้ผลผลิต รวมถึงการไว้ผลผลิตที่เพียง 1 ลูกต่อ 1 ต้น ยังให้ผลผลิตที่ลูกใหญ่ไม่ต่ำกว่า ลูกละ 1.5 กิโลกรัมต่อผล การปลูกจะใช้เวลาเพียง 60-70 วันก็สามารถตัดจำหน่ายได้ โดยที่สวนทำการปลูกเมล่อนสายพันธุ์ผิวเรียบ เนื้อส้มที่มีลักษณะผลจะเป็นสีเหลืองทอง ผิวเรียบ เมื่อผลสุกพร้อมตัดจะมีความสวยงามของแปลงปลูกที่เป็นสีเหลือง ส่วนเนื้อจะออกสีเหลืองอมส้ม มีรสชาติหวาน-กรอบ และมีกลิ่นหอม และสายพันธ์ุ เน็ตตาข่าย ผิวจะเป็นเส้นลาย เนื้อจะเป็นสีเขียว เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ปลูกแบบหมุนเวียน ให้มีผลผลิตทั้งปี ใน 7 โรงเรือน

ทางสวนน้ำเพชรฟาร์มเมล่อน จะตัดผลจำหน่าย ที่สุกเต็มที่ และการันตีความหวานของเมล่อน ไม่ต่ำกว่า 13 บริกซ์ ซึ่งเป็นตัวเลขวัดปริมาณความหวานของทางสวน ซึ่งทางสวน จำหน่ายผลของเมล่อน ทั้งหน้าสวน และ ระบบออนไลน์ ในราคาตั้งแต่ กิโลกรัมละ 65-80 บาท แล้วแต่สายพันธุ์ นอกจากนั้นทางสวนยังมีการปลูกบัตเตอร์นัทสควอช หรือฟักทองบัตเตอร์นัท ลูกค้าที่สนใจโดยสามารถสอบถามข้อมูล 08-4291-6354 หรือ ทางเพจเฟซบุ๊ก น้ำเพชรน้ำเพชรฟาร์มเมล่อน เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจในการปลูก และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร