สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าศาลฎีกาของศรีลังกา มีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ห้ามพี่ชายและน้องชายของอดีตประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา คือนายมหินทา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกรัฐมนตรี และนายบาซิล ราชปักษา อดีต รมว.การคลัง เดินทางออกนอกประเทศ จนถึงวันที่ 28 ก.ค. นี้ “เป็นอย่างน้อย” เนื่องจากบุคคลทั้งสองมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา
The speaker of Sri Lanka's parliament formally accepted President Gotabaya Rajapaksa's resignation after he fled to Singapore to escape a popular uprising brought about by his country's worst economic crisis in seven decades https://t.co/Gs6OeYrwLd pic.twitter.com/Bu5sofm90t
— Reuters (@Reuters) July 15, 2022
ทั้งนี้ มหินทายืนยันจะไม่หลบหนีออกนอกประเทศ ขณะที่บาซิลพยายามเดินทางออกนอกประเทศแล้วหลายครั้งแต่ไม่จำเร็จ ส่วนโกตาพญาตอนนี้อยู่ที่สิงคโปร์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า จะเดินทางต่อไปยังประเทศใด หลังรัฐบาลสิงคโปร์ยืนยันว่า ไม่ได้รับคำร้องขอลี้ภัยทางการเมืองจากอดีตผู้นำศรีลังกา
ปัจจุบัน มูลค่าหนี้ต่างประเทศของศรีลังกาสะสมอยู่ที่ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.86 ล้านล้านบาท) และมีกำหนดต้องชำระคืนประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 915,300 ล้านบาท) ระหว่างปี 2565-2569
Sri Lanka's Supreme Court today issued an interim order preventing former Prime Minister Mahinda Rajapaksa and former Minister Basil Rajapaksa from leaving the country without the court's permission until July 28th: Sri Lanka's DailyMirror
— ANI (@ANI) July 15, 2022
(File photos) pic.twitter.com/xg290lfmLX
ขณะที่รัฐสภาของศรีลังกายืนยันการลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ในวันที่ 20 ก.ค. นี้ โดยในระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปก่อน อย่างไรก็ตาม การที่พรรคศรีลังกา พุธดูจานา เปรามูนา (เอสแอลพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบันประกาศเสนอชื่อวิกรมสิงเห ให้ชืงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปอย่างเป็นทางการ สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายค้านและประชาชนจำนวนมาก ที่มองว่า นายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติบ้านเมืองเช่นกัน
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า จับตาสถานการณ์ของศรีลังกาอย่าใกล้ชิด และคาดหวังการมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อเดินหน้าเจรจา กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์เรียกร้อง ให้ศรีลังกาหาทางออก “ตามกระบวนการประชาธิปไตย” อนึ่ง อินเดียมอบความช่วยเหลือและความสนับสนุนให้แก่ศรีลังกาไปแล้วมากกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ (ราว 139,125.60 ล้านบาท)
ในอีกด้านหนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า กำลังมีการเจรจากับจีน เพื่อขอกู้เงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,448 ล้านบาท) และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความช่วยเหลือ แต่จีนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : REUTERS



