สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าศาลฎีกาของศรีลังกา มีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ห้ามพี่ชายและน้องชายของอดีตประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา คือนายมหินทา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกรัฐมนตรี และนายบาซิล ราชปักษา อดีต รมว.การคลัง เดินทางออกนอกประเทศ จนถึงวันที่ 28 ก.ค. นี้ “เป็นอย่างน้อย” เนื่องจากบุคคลทั้งสองมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวิกฤติเศรษฐกิจ ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา


ทั้งนี้ มหินทายืนยันจะไม่หลบหนีออกนอกประเทศ ขณะที่บาซิลพยายามเดินทางออกนอกประเทศแล้วหลายครั้งแต่ไม่จำเร็จ ส่วนโกตาพญาตอนนี้อยู่ที่สิงคโปร์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า จะเดินทางต่อไปยังประเทศใด หลังรัฐบาลสิงคโปร์ยืนยันว่า ไม่ได้รับคำร้องขอลี้ภัยทางการเมืองจากอดีตผู้นำศรีลังกา


ปัจจุบัน มูลค่าหนี้ต่างประเทศของศรีลังกาสะสมอยู่ที่ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.86 ล้านล้านบาท) และมีกำหนดต้องชำระคืนประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 915,300 ล้านบาท) ระหว่างปี 2565-2569


ขณะที่รัฐสภาของศรีลังกายืนยันการลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ในวันที่ 20 ก.ค. นี้ โดยในระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปก่อน อย่างไรก็ตาม การที่พรรคศรีลังกา พุธดูจานา เปรามูนา (เอสแอลพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบันประกาศเสนอชื่อวิกรมสิงเห ให้ชืงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปอย่างเป็นทางการ สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายค้านและประชาชนจำนวนมาก ที่มองว่า นายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติบ้านเมืองเช่นกัน


ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า จับตาสถานการณ์ของศรีลังกาอย่าใกล้ชิด และคาดหวังการมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อเดินหน้าเจรจา กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์เรียกร้อง ให้ศรีลังกาหาทางออก “ตามกระบวนการประชาธิปไตย” อนึ่ง อินเดียมอบความช่วยเหลือและความสนับสนุนให้แก่ศรีลังกาไปแล้วมากกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ (ราว 139,125.60 ล้านบาท)


ในอีกด้านหนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า กำลังมีการเจรจากับจีน เพื่อขอกู้เงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,448 ล้านบาท) และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความช่วยเหลือ แต่จีนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ.

เครดิตภาพ : REUTERS