สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเมียนมารายงาน การลงนามในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ระหว่างรัฐบาลทหาร กับโรซาตอม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ว่าด้วยการขยายขอบเขตความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ “เพื่อสันติ” โดยไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เยือนรัสเซีย “เป็นการส่วนตัว” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยในระหว่างการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของโรซาตอม พบหารือกับนายอเล็กซี ลิคาเชฟ ผู้อำนวยการของโรซาตอม เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายขอบเขตความร่วมมือ ที่นอกเหนือจากด้านพลังงานนิวเคลียร์แล้ว ยังรวมถึงด้านเภสัชกรรม เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมอาหาร
#Myanmar inks deal with #Russia’s Rosatom for #nuclear energy development | Mizzima Myanmar News and Insight https://t.co/Cr4KkCd0cG pic.twitter.com/wFvAfezbCu
— Mizzima News (@MizzimaNews) July 16, 2022
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคง ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ก่อนเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของรัสเซีย ที่กรุงมอสโก รวมถึง พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กระทรวงกลาโหม ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเมียนมา ว่า “ระยะเวลา” เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี ในการที่เมียนมาเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และไว้วางใจได้สำหรับรัสเซีย และความร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคีถือเป็น “องค์ประกอบสำคัญ” ของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเมียนมา
Speaking at a news conference in Bangkok during a tour of Asia, U.S. Secretary of State Antony Blinken urged China and members of the Association of Southeast Asian Nations to put pressure on Myanmar's rulers to return to democracy https://t.co/QvvdWxe6eQ pic.twitter.com/mymDZaEs65
— Reuters (@Reuters) July 10, 2022
ทั้งนี้ การเยือนรัสเซียครั้งล่าสุดของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังการเยือนไทยของนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งกล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมา ว่ายังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคที่รัฐบาลวอชิงตันให้ความสำคัญและจับตาอย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่า “จีนเองก็เช่นกัน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ร่วมกันดำเนินการอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เมียนมาปฏิบัติตามเงื่อนไขของ “ฉันทามติ 5 ข้อ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



