สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.โดยอ้างจากแหล่งข่าวในทำเนียบขาว ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังปรับเปลี่ยนแผนการด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับมาตรการเปิดพรมแดน โดยภายในอนาคตอันใกล้นี้ พลเมืองต่างชาติซึ่งประสงค์เดินทางเข้าสหรัฐ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ครบภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนการเดินทาง "ภายใต้ข้อยกเว้นที่จำกัด"
The Biden administration is developing plans to require all foreign travelers to the U.S. to be vaccinated against Covid, with limited exceptions. White House officials have recently said that there is no plan to lift current restrictions anytime soon. https://t.co/nBuxqEPUXc
— The New York Times (@nytimes) August 4, 2021
ทั้งนี้ ไบเดนยังคงใช้มาตรการจำกัดการเดินทางเข้าสู่สหรัฐของพลเมืองจากหลายสิบประเทศ "ด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุข" ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มจากจีนเป็นประเทศแรก เมื่อเดือนม.ค.ปีที่แล้ว เพิ่มชื่ออินเดียเป็นประเทศล่าสุด เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา และยังคงระงับการเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่มีประวัติการเดินทางและการพักอาศัยในรอบ 14 วันล่าสุด เกี่ยวข้องกับสหราชอาณาจักร และบราซิล
จนถึงตอนนี้ ทำเนียบขาวยังคงหารือกับผู้บริหารของสายการบินหลายแห่ง และตัวแทนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการกำหนดเงื่อนไขเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีความชัดเจน ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะกำหนดเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร และจะให้การยอมรับวัคซีนที่ใช้กันในประเทศอื่น แต่ยังไม่มีการรับรองและใช้งานในสหรัฐหรือไม่ แม้วัคซีนเหล่านั้นผ่านการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉินจากองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แล้วก็ตาม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลของไบเดนยังไม่มีความเห็นที่ชัดเจน เกี่ยวกับการเดินทางข้ามพรมแดนของพลเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน นั่นคือเม็กซิโกซึ่งอยู่ทางใต้ และแคนาดาซึ่งอยู่ทางเหนือ ว่าจำเป็นหรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด ที่ผู้เดินทางมาจากทั้งสองประเทศต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ครบก่อนเดินทางมายังสหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
















