ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายท่านคงจะได้เห็นกระแสการปลูกไม้ด่าง ไม้ใบประดับ ผ่านทางสื่อต่างๆ ว่าเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้สวนกระแสเศรษฐกิจ และยุคโควิดที่หลายๆ ท่านได้มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น หากิจกรรมเช่นการหาต้นไม้มาปลูก เมื่อไม้ด่างหรือไม้ประดับเจริญงอกงามก็จะออกหน่อ หรือ ตัดขยายพันธุ์จำหน่ายได้ เช่นเดียวกับ นายชานนทร์ จันทร์ดุ้ง เจ้าของสวนมีใบการ์เด้น (Mee Bai Garden) ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อดีตวิศวกรโรงงานที่ผันตัวออกจากงานมาทำสวนไม้ประดับและไม้ด่างจำหน่าย

โดยนายชานนทร์ เล่าว่า ตนเองมีความชื่นชอบการเลี้ยงไม้ประดับมาก่อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะไม้ใบด่าง พวกฟิโลเดนดรอน, ซิงโกเนียม, บอนโคโลคาเซีย, อโลคาเซีย, กล้วยด่าง และไม้ใบประดับนับร้อยชนิด ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้นกระแสความนิยมไม้ด่างมีมาก ตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณชานนทร์ เล่าว่า จึงขยายพันธุ์ต้นไม้ที่ปลูกและสะสมขายในช่องทางออนไลน์ตามกลุ่มต้นไม้ต่างๆ ก็สามารถขายสร้างรายได้เป็นอย่างดี แม้ราคาต้นไม้อาจจะไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ราคาซื้อขายไม้ด่างก็ยังคงทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงเป็นอาชีพยังคงอยู่ ได้มีรายได้ทุกวัน ประกอบว่าส่วนหนึ่งตนเองผลิตไม้เพื่อขายส่งให้แม่ค้าเพื่อนำไปขายต่อ ก็จะค่อนข้างมีจำนวนในการสั่งซื้อเข้าเรื่อยๆ

การขยายพันธุ์ไม้ด่างมีหลากหลายวิธี เช่น ถ้าเป็นไม้พวกฟิโลเดนดรอน เช่น ก้ามกุ้งด่าง, มอนสเตอร่าด่าง ฯลฯ ก็นิยมในการตัดชำข้อชำในกาบมะพร้าวสับ, ถ้าเป็นไม้พวกบอนโคโลคาเซีย เช่นสายพันธุ์ ไวท์ลาวา, มิ้วกี้เวย์, มิดไนท์, หน้ากากฟาร์โร ฯลฯ ก็จะเป็นการแยกหน่อหรือแยกไหลมาชำในดินผสม, ถ้าเป็นกล้วยด่าง เช่น กล้วยฟลอริด้า, กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องด่าง, กล้วยหอมด่าง, กล้วยมาฮอยด่าง, กล้วยเทพพนมด่าง ฯลฯ ก็จะขุดหน่อมาชำในกาบมะพร้าวสับ ถ้าเป็นไม้พวกซิงโกเนียม เช่น เงินไหลมาด่างขาว-ด่างเหลือง, ออมเพชรด่าง, เงินไหลมาด่างสามสี เรดสปอต ไตรคัลเลอร์, โมฮิโต้ ฯลฯ ก็จะตัดข้อชำในพวกขุยมะพร้าว

ซึ่งการขยายพันธุ์ไม้แต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันไปซึ่ง นายชานนทร์ เล่าว่า หลักการชำไม้ใบจะเหมือนกันคือ หลังจากที่นำมาปลูกในวัสดุก็จะนำไม้เหล่านี้ไปอบในถุงใสใบใหญ่หรือเป็นตู้อบที่คลุมด้วยพลาสติกใส เพื่อเป็นการลดการคายน้ำของพืชและรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมให้ไม้ที่ชำไว้นั้น สามารถสร้างรากใหม่ได้เร็ว โดยเฉลี่ยจะทำการอบไม้ที่ขยายพันธุ์ประมาณ 25-35วัน เมื่อสังเกตเห็นว่าต้นไม้มีรากมากพอสมควรก็สามารถนำไม้ใบด่างออกจากถุงอบหรือตู้อบได้ นำมาอนุบาลต่อในโรงเรือนใต้แสลนพรางแสง 60-80% หมั่นรดน้ำวันละ 2-3 ครั้งเพื่อให้ต้นไม้ปรับตัวได้ดีหลังจากไม้ตั้งตัวได้ดีแล้วก็ควรใส่ปุ๋ยละลายช้าให้เพื่อช่วยเรื่องการเจริญเติบโตการผลิตไม้ใบด่างจำหน่ายนั้นนอกจากความสวยหรือความหายากของไม้ แน่นอนต้องผลิตไม้ที่แข็งแรง ฟอร์มสวย ชำจนมีระบบรากที่ดี เพื่อให้ลูกค้านำไปปลูกต่อได้ เลี้ยงแล้วไม่ตาย ให้คำปรึกษาในการปลูกเลี้ยงเมื่อลูกค้ามาเลือกซื้อหรือสั่งซื้อ ลูกค้าก็จะมีความสุขในการปลูกเลี้ยงต้นไม้แล้วจะกลับมาซื้อต้นไม้กับทางสวนซ้ำอีก