จากเหตุโลกออนไลน์แชร์ภาพของเรือนโบราณอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ วัดประชุมโยธี พระอารามหลวง พร้อมบอกเล่าเรื่องราวทำนองว่า ทางวัดกำลังจะรื้อถอนเรือนดังกล่าวเพื่อสร้างเสนาสนะอื่น ๆ จนกลายเป็นประเด็นดราม่า เนื่องจากมีชาวบ้านและชาวเน็ตแสดงความเห็นขอคัดค้านการรื้อถอนดังกล่าว และอยากให้ทางฝ่ายงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่า เป็นเรือนของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือไม่อย่างไร เพื่อให้เกิดเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังได้ศึกษา

ขณะเดียวกันทางวัดได้ชี้แจงว่า ยังไม่ได้รื้อถอนตามข่าวที่ปรากฏ มีเพียงการทำพิธีสวดถอนพื้นที่เท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ที่วัดซื้อมารวมไปถึงบ้านที่ปลูกสร้าง ในอดีตอาจมีอุโบสถเก่าหรือเจดีย์เก่าอยู่จึงได้ทำพิธีดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าวก็อาจเข้าใจผิดคิดว่าจะรื้อบ้านหลังนี้ ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.พังงา พร้อมด้วย นส.อุไรวรรณ แดงงาม วัฒนธรรมจังหวัดพังงา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับชี้แจงว่า ขณะนี้เรือนโบราณหลังนี้ ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และทางวัดประชุมโยธีก็ยังไม่มีการรื้อถอนเรือนโบราณหลังนี้แต่อย่างใด โดยทางจังหวัดพังงาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบค้นข้อมูลทางวิชาการ ข้อเท็จจริงทางประวัติของบ้านโบราณหลังนี้ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ทางการก่อสร้างว่ามีอายุเท่าไหร่ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างไร

“…การตรวจสอบต้องทำแน่นอนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการสืบค้นหาว่าเป็นเรือนของ เจ้าจอมยี่สุ่น จริงหรือไม่ ควรยึดแนวทางของของกรมศิลปากร ว่าจะอนุรักษ์อย่างไร เพราะการอนุรักษ์ จะพูดถึงเรื่องคุณค่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ว่ามันเกิดประโยชน์กับพื้นที่ เกิดประโยชน์กับชนรุ่นหลังอย่างไร ตรงนี้อยากให้ทุกคนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในเชิงสร้างสรรค์ อาคารเก่าทรงคุณค่า สามารถบูรณปฏิสังขรณ์ได้ แล้วมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เราก็ควรช่วยกันรักษาไว้…” ผวจ.พังงา กล่าว.




