เยาวชนทั้งหลายทราบหรือไม่ว่า การที่เรามาอยู่ร่วมกันในสังคมนั้นต้องปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงได้ให้หลักธรรมในการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างเป็นสุข คือ สังคหวัตถุ 4 ซึ่งประกอบด้วย ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และ สมานัตตตา ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
“ทาน” คือ การให้ การให้นั้นมี 3 ระดับคือ 1.ให้คนที่สูงกว่า เรียกว่า บูชา เช่น ให้พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย 2.ให้คนที่เสมอกันกับเรา เรียกว่า เกื้อกูล เช่น ให้เพื่อน พี่ น้อง 3.ให้คนที่ต่ำกว่า เรียกว่า สงเคราะห์ เช่น มีคนที่ตกทุกข์ลำบาก เราพอช่วยอะไรได้ก็สงเคราะห์เขา การให้ทานจะช่วยให้ผูกใจคนอื่นไว้ได้ พระพุทธเจ้าทรงสอนการให้ที่ก่อให้เกิดสุขไว้หลายข้อ เช่น “ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมที่รัก” “ททํ คนฺถติ มิตฺตานิ ผู้ให้ย่อมผูกใจมิตรไว้ได้” หรือ “มนาปทายี ลภเต มนาปํ ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจย่อมได้รับสิ่งที่น่าพอใจ”
“ปิยวาจา” การพูดวาจาที่ไพเราะ สวัสดี ยินดี ขอโทษ ไม่เป็นไร เพราะเรามีน้ำใจ ขอบคุณ ฟังแล้วเกิดความชื่นใจ เบิกบานใจ สิ่งที่เราจะพูดนั้นต้องเป็นเรื่องจริง เป็นคำสุภาพ ไพเราะนิ่มนวล พูดออกไปแล้วเกิดประโยชน์ เวลาพูดก็ต้องพูดด้วยจิตที่มีเมตตา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “บุคคลที่มาแนะนำเราสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่เราเมื่อเห็นเราผิดพลาด เรียกว่า “ผู้ชี้ขุมทรัพย์ให้”
“อัตถจริยา” คือ ทำตนให้เป็นประโยชน์ บางครั้งในการทำงานอาจขาดกำลัง แต่ถ้าเราช่วยกัน งานที่ว่ายากก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ถ้าเราร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเกิดรักความผูกพันของบุคคลที่อยู่ร่วมกันในสังคม ในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์มี 2 ประการ คือ “ทำตัวเราให้เป็นคนดีมีประโยชน์เสียก่อน และสร้างประโยชน์ให้คนอื่นรอบข้าง”
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสบุคคลไว้ 3 ประเภทคือ “อัตถจารีย์” ผู้ที่สร้างประโยชน์ ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน น่ายกย่อง น่าชื่นใจ “โมฆะบุรุษ” บุรุษผู้ว่างเปล่า ไม่เอาอะไรเลย ไม่ทำทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ “อนัตถัตจารีย์” ผู้ทำสิ่งไม่ใช่ประโยชน์ ทำเรื่องไม่ดี ทำตัวเป็นภาระ ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน
“สมานัตตตา” การวางตนให้พอดีในหน้าที่ของตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย คือ วางตนให้เหมาะสมว่าตอนนี้เราอยู่ในฐานะอะไร เช่น พ่อก็มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก แม่ก็มีหน้าที่ดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว ลูกเองก็มีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน ถ้ามีใครไม่ทำตามหน้าที่แล้ว ย่อมจะเกิดปัญหาเรื่องการก้าวก่ายหน้าที่กันตามมา จนอาจส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตขึ้นได้ อย่างนี้เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้การวางตนให้เหมาะสม จะช่วยให้ไม่ต้องระวาดระแวงในการทำหน้าที่ของตน ซึ่งจะส่งผลให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ
ดังวลีธรรมะอารมณ์ดีที่ว่า “ให้ให้ให้ แทนน้ำใจ คือที่สุด พูดพูดพูด วจี สุดอ่อนหวาน ทำทำทำ จิตอาสา ใจชื่นบาน วางวางวาง ตัวตน ให้พองาม รู้จักให้ ใช้คำหวาน ช่วยเหลืองาน ประสานมิตรไมตรี”
……………………………………………….
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



